บทส่งท้าย

 “พ่อคะทำอะไรอยู่คะ? เราจะไปเที่ยวกันแล้วนะคะ”

หญิงสาววัย19กำลังเรียกพ่อของเขา

“รออีกเดี๋ยวนะแบนด์พ่อกำลังทำงานอยู่น่ะ บอกแม่ด้วยล่ะว่าอีกเดี๋ยวพ่อตามไป”

ผมได้บอกกับลูกสาวก่อนที่จะปิดหนังสือเล่มนี้ หนังสือที่ผมพิมพ์เองและเข้าเล่มเองทั้งหมด หนังสือที่ทำให้ผมไม่ลืมเรื่องราวของฝันร้ายเมื่อ20กว่าปีก่อนนั้น และเกมใหม่ของผมใกล้จะมาถึงแล้ว เรื่องราวต่างๆราวกับว่าเกิดขึ้นเมื่อวานนี้เอง ดีที่ผมได้รับสิ่งหนึ่งซึ่งผมเพิ่งรู้ในหลายๆปีมานี้ว่านอกจากที่ผมจะกลายเป็นฆาตรกรอำมหิตแล้ว ร่างกายผมยังแข็งแรงและไม่แก่ไปตามเวลา รวมถึงเมย์ที่เรา2คนเคยทำบาปนั้นร่วมกันก็ด้วย  ลูกผมในอนาคตก็น่าจะเหมือนกับผม นี่อาจจะเป็นคำสาปของสายเลือดผมนับจากนี้ก็ได้ การที่ไม่แก่ตามเวลาแบบคนอื่นๆนี้

ผมได้วางหนังสือไว้บนโต้ะทำงานว่างๆและออกไปเที่ยวกับครอบครัว  ฝันร้ายนั้นได้จบไปแล้ว และกงล้อแห่งชะตากรรมของผมจะขยับอีกครั้งรวมถึงของผมในโลกอื่นๆด้วย ขอให้เกมสุดท้ายนี้อย่าได้พรากใครไปเหมือนเกมนั้นเลย... อีกไม่นานนี้ ผู้หญิง2คนนั้นต้องมาเอากุญแจกับผมแน่ๆ

---นั่นเป็นการต่อสู้ของข้าพเจ้าและจบเรื่องราวต่างๆที่ต้องมีคนถูกสังเวยไปแล้วมากมายนับไม่ถ้วน---

---ถ้าเป็นคุณล่ะ? จะยอมรับชะตากรรมของตนเอง หรือจะทำลายชะตากรรมนั้นเพื่อให้ตนเองหลุดพ้นจากชะตากรรมที่ตนไม่ต้องการกันแน่---

 

 

ฝันร้ายของข้าพเจ้า จบบริบูรณ์

เรื่องราวนี้จะถูกสานต่อใน Destiny of two maidens

ฝันร้ายของข้าพเจ้า13END

posted on 14 Aug 2011 19:09 by bankacx  in Nightmare

บทที่13 [Final] Last Battle 3

เมย์ได้มองดูที่จอทีวีในโรงแรม เธอได้ตกใจมากที่เห็นคนที่เธอรักทั้ง2คนกำลังจะฆ่ากันตาย คนหนึ่งคือพ่อของเธอ อีกคนหนึ่งคือคนรักของเธอ

เธอได้ตื่นขึ้นมาพอดีกับที่ทีวีได้ออกอากาศถ่ายทอดสด เธอกะจะออกไปห้ามคนรักของเธอ แต่เธอเป็นห่วงลูกในท้องเลยไม่กล้าออกไปข้างนอกเพียงลำพัง

ตอนนี้เธอจึงทำได้เพียงภาวนาให้คนรักกับพ่อของเธออย่าให้มีใครตายเลยเท่านั้น

ครืนๆๆๆ

ห้องนี้ได้มีอาการสั่นไหวเล็กน้อย และมีหญิงสาวโผล่ออกมาจากลำแสงสีขาวนั้น

“สวัสดีค่ะ ดิฉันคือเกเบรียล 1ใน7อัครเทวดา มาที่นี่ตามคำสั่งของพระองค์ให้พาคุณไปจากที่นี่ เพราะว่าตอนนี้กำลังมีทหารมาพาตัวคุณไป และพระองค์ไม่อยากให้ดาบแห่งปรีชาญาณต้องมาอยู่ห่างกายจากเจ้าของด้วย”

อัครเทวดาได้กล่าวทักทายและบอกกับเมย์ซึ่งเมย์ก็ตกลงไปกับหล่อนพร้อมกับดาบแห่งปรีชาญาณที่เกเบรียลเอาไปด้วย...

ณ หน้ารัฐสภา เวลา 11.03 น.

“อึดจริงๆนะแก ร้ายกว่าหมายเลข2อีกแน่ะ”

ผมกล่าวหลังจากที่สู้กับหมายเลข1อยู่นานแต่ก็ยังจัดการไม่ได้ซักที

“ก่อที่แกจะตาย ชั้นจะขอถามแกเป็นครั้งสุดท้ายว่า ทำไมแกไม่ตายทั้งที่ถูกหมายเลข2ฆ่าตายไปแล้ว และทำไมแกยังไม่ตายทั้งที่ตึกระเบิดเละขนาดนั้นแถมยังปลอดภัยดีอีกด้วย ชั้นจำได้ว่าไม่ได้ใส่ของแบบนี้ให้กับแกซักหน่อย”

พ่อของเมย์ถามคำถามผม

“ก็ได้ๆ คำตอบง่ายๆคือชั้นหนีออกมาจากนรกกลับมาพาลูกสาวแกไปและรอดเพราะชั้นใช้พลังที่พวกแกไม่มีหนีออกมาจากตึกนั่นยังไงล่ะ”

ผมตอบไปพร้อมกับเอาปืนยิงใส่หน้าของหมายเลข1จังๆ

ปังๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

ผมคิดว่าน่าจะจบแล้ว แต่ไม่เป็นผล แค่แว่นของเขาแตกเท่านั้น

ดวงตาของเขาเปลี่ยนเป็นสีแดงแล้วตัวผมก็ลอยขึ้นมาจากพื้นเอง

---พลังจิตแบบหมายเลข2รึนี่?---

 อย่างนี้นี่เอง! เจ้านี่มันมีความสามารถของผมและของหมายเลข2กับ3ตามที่หมายเลข3ได้บอกกับผมก่อนที่เธอจะตาย และดูท่าผมจะแย่แน่หากมันใช้พลังจิตได้ ตอนนั้นขนาดมีดาบแห่งปรีชาญาณผมยังแทบแย่กว่าที่จะเอาตัวรอดมาได้

ผมได้วิ่งออกจากบริเวณนี้แล้วหลบหลังรถถึงที่ตอนนี้ได้กลายเป็นซากไปแล้ว

โชคดีจริงๆที่แถวนั้นมีศพทหารที่พกระเบิดเอาไว้อยู่ ผมจึงปาระเบิดออกไปใส่หมายเลข0ที่กำลังเดินเข้ามาหาผม

ตูม

เสียงของระเบิดดังขึ้น แต่ว่าพ่อของเมย์หรือหมายเลข0ได้ทำลายก่อนตามที่คิดไว้

ผมจึงรีบพุ่งออกไปยิงกราดทันที

ปังๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

ได้ผล หมายเลข0ถูกผมยิงรัวเป็นรังผึ้งไปแล้ว และน่าจะตายแน่นอน

ครืดๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

ระยางของหมายเลข0ได้รัดส่วนเนื้อที่แตกเอาไว้แล้วรูปร่างของหมายเลข0เปลี่ยนไปกลายเป็นสิ่งมีชีวิตที่ผมเจอครั้งแรกหลังจากที่ฆ่าคนในโรงเรียน นั่นคือมนุษย์หมาป่าแบบที่ผอ.ของรร.ผมเคยเป็นมาก่อน

ผิวหนังของมันจากที่สมควรเป็นผิวหนังของมนุษย์กลับกลายเป็นผิวหนังสีเทาแบบเหล็กกล้า และมีเขี้ยวที่แหลมคมอยู่เต็มปากพร้อมกับกรงเล็บที่กางออกอย่างน่าหวาดเสียว

โฮกกกกกกกกกกกกก

มันได้คำรามออกมาอย่างน่ากลัวและผมรู้สึกได้ว่ามันเร็วยิ่งกว่าเดิม

ดีที่ผมยังเร็วกว่าเลยหลบมันได้ทัน แม้ว่าผมไม่เห็นเป็นภาพช้าแบบเมื่อกี้แล้วก็ตาม

“ไม่คุยกันหน่อยเหรอพ่อตา เกิดลูกสาวคุณมาเห็นเข้าเธอคงจะเสียใจแย่เลยนะ”

มันเอากรงเล็บมาข่วนหน้าอกผม

อึ้ก

ผมเจ็บบาดแผลมาก แต่ก็พยายามหลบการโจมตีครั้งต่อไปให้ได้

“นะ...นี่เหรอคุณพ่อน่ะ!?”

มีเสียงของผู้หญิงคนหนึ่งร้องขึ้น เมย์แน่ๆ

ผมรีบหันหลังไปหาต้นเสียงพบว่าเมย์กำลังทรุดลงกับพื้น แต่ดีที่เกเบรียลที่ผมไม่รู้ว่าเธอมาได้ยังไงมาประครองไว้ทัน ดูท่าเธอจะช็อกมากที่เธอเห็นพ่อของตัวเองเป็นแบบนี้

“ส่วนคุณรับนี่ไปซะ”

เกเบรียลได้โยนของบางอย่างมาให้ผม พอผมมองดูแล้วมันเป็นดาบแห่งปรีชาญาณ

วิ้ง

ผมเปลี่ยนดาบแห่งปรีชาญาณเป็นดาบที่สามารถยิงปืนออกมาได้

นี่เป็นครั้งแรกที่ผมเรียกสิ่งที่ไม่น่ามีอยู่ในโลกนี้ออกมาได้ และผมใช้มันปะทะกับหมายเลข0

วิ้งๆๆ

เสียงของดาบปะทะกับกรงเล็บ ไม่มีใครเร็วกว่าใคร

ปังๆๆ

ผมยิงปืนใส่แต่ว่าเค้าหลบได้ทันและเข้ามาจู่โจมผมอีกครั้ง

ฉัวะ

ผมได้เอาดาบฟันใส่แขนขวาของหมายเลข0ขาดไปมันส่งเสียงร้องแล้วถอยออกมาจากผม

 ครืดๆๆ

แขนข้างที่ขาดเริ่มงอกใหม่เองแต่คราวนี้กลายเป็นระยางสีแดงสดเหมือนกับของตัวประหลาดก่อนหน้านี้ไม่มีผิด

---สัตว์อสูรรวมร่างเหรอฟระ---

ผมได้เอาดาบตวัดระยางนั่นทิ้งแล้วเปลี่ยนเป็นยิงปืนกลใส่ที่ขา2ข้างของมันให้ขาด

มันได้ล้มลงทันทีแต่ว่าขาของมันก็กลายเป็นขาของตัวลิ้นยาวนั้นแล้วมันก็กระโดดไปอยู่ที่รัฐสภา

มันได้ใช้พลังจิตกระแทกใส่ผม...

“ดิฉันขอพาภรรยาของท่านออกไปจากตรงนี้ก่อนนะคะ”

เกเบรียลตอบอย่างร่าเริงราวกับว่าหล่อนไม่เห็นตัวประหลาดที่กำลังปืนตึกนี้อยู่เลยแล้วพาเมย์ออกไปไหนก็ไม่รู้ แต่ไม่รู้ว่ายัยนี่พาเมย์มาทำไม

ผมปาดาบไปใส่มันแล้วให้ดาบกลายเป็นขีปนาวุธนำวิถี

ตูมมมมมมม

รัฐสภาถล่มลงมาและผมได้หลบออกมาจากตรงนั้นแล้วเรียกดาบกลับมา

โฮกกกกกกกกกกกกกกกกก

ซากปรักหักพังขยับแล้วมันก็ออกมาขย้ำคอของผม

เจ็บจริงๆ

เขี้ยวของมันจมลึกลงไปในคอของผมจนผใอยากร้องออกมาดังๆ แต่นี่ก็ถือว่าเป็นโอกาสดีที่ผมจะจัดการมันตรงนี้ซักที

ผมได้เอาดาบแห่งปรีชาญาณให้กลายเป็นมีดแล้วปักลงไปที่สมองของมันแล้วให้ส่วนปลายที่อยู่ในสมองของมันนั้นแตกตัวออกแบบระเบิดตะปู

แผละ

หัวของมันระเบิดออกเลือดสีแดงกระเด็นใส่หน้าของผมเต็มไปหมด และเผยให้เห็นเนื้อที่เปื่อยยุ่ยออกมาเต็มไปหมด ระหว่างที่ผมผลักศพนี้ออกมีเสียงหลายเสียงมาอยู่ที่ข้างหูว่า

---ขอบคุณ---

มาขอบคุณอะไรผมเล่า ผมมันคนบาปที่ฆ่าคนได้อย่างเลือดเย็น แถมเพิ่งฆ่าพ่อตาของตัวเองไปด้วย ช่างเถอะ เมย์ไปไหนแล้วเนี่ย

“คุณคะ”

เมย์เรียกผมแล้วเข้ามากอดผมทั้งๆที่เลือดยังเต็มหน้าของผมอยู่เลยแท้ๆ

“ขอบคุณนะคะที่ช่วยให้พ่อไม่ต้องทนทรมานกับการเป็นตัวประหลาดอย่างนั้น ส่วนเกเบรียลฝากมาบอกด้วยน่ะค่ะว่าเกมนี้จบลงแล้ว และเกมอื่นก็ใกล้จะจบเต็มทีแล้ว มันคืออะไรเหรอคะเกมที่ว่าเนี่ย?”

เมย์ได้ขอบคุณผม และผมเห็นว่าใบหน้าของเธอเพิ่งเปื้อนน้ำตามาหมาดๆ สงสัยจนถึงเมื่อกี้นี้เธอต้องร้องไห้อยู่แน่ๆ

“เกมที่ว่านี่คือเกมที่ชั้นเล่นกับพระเจ้าน่ะ เกมของชั้นในโลกนี้จบลงแล้วล่ะ ส่วนเกมของโลกอื่นก็ใกล้จะจบลงละ ไม่ต้องสนใจมันหรอก แต่พาชั้นไปโรงบาลก่อนนะ...”

ระหว่างที่ผมพูดอยู่นั้นสติผมก็เลือนลางแล้วก็ดับวูบไป

ผมตายอีกแล้วรึนี่ อย่างน้อยผมก็อยากจะเห็นหน้าลูกของผมนะ ให้มตายตอนนี้บ้าไปแล้ว ผมยังไม่ได้จูบเมย์อีกเลยแถมประเทศนี้จะเป็นยังไงต่อไปเนี่ยนักการเมืองใหญ่ๆตายไปหมดแล้วด้วยสิ ไหนจะภาพตอนสู้กันออกอากาศอีกเนี่ย โอย ช่างเถอะ ผมที่ตายไปแล้วคงไม่รับรู้อีกแล้วล่ะ...

-1ปีต่อมา-

ผมได้ลืมตาปริบๆขึ้นอีกครั้งหลังจากที่ระหว่างนั้นผมได้เห็นถึงการต่อสู้ของตัวผมในโลกอื่นๆ บางคนเป็นเทพเจ้าของผู้คน บางคนเป็นปีศาจร้ายที่ทำลายโลกแล้วสร้างโลกขึ้นมาใหม่อีกครั้ง และบางคนได้จบชีวิตลงแต่ให้คนอื่นสานต่อแทน...

“หมอคะ! คนไข้ฟื้นแล้ว”

หมอหลายคนเข้ามาพร้อมกับพยาบาลสาวสวยอีกหลายนางที่ช่วยกันตรวจดูผม

ผมพบว่าตนนอนอยู่ในโรงพยาบาล และมีสายชีพจรและผ้าพันแผลเต็มตัวผมไปหมด

“ไม่น่าเชื่อว่าแค่เดือนเดียวบาดแผลจะหายไปหมด แถมอัตราการเต้นของชีพจรก็ปกติดีเยี่ยมทุกอย่าง ผมขอให้คุณลองขยับแขนให้ผมดูหน่อยนะครับ”

หมอขอให้ผมขยับแขน ผมจึงลองขยับดู แขนผมก็ขยับได้ตามปกติอยู่แล้วนี่นา?

“อะไรกันเนี่ยทั้งๆที่หลับเป็นตายปีนึงแท้ๆยังขยับแขนได้เป็นปกติอีก มนุษย์อะไรจะหายเร็วอย่างนี้”

หมอแปลกใจอย่างมากแต่พวกเขาก็ได้เอาสายวัดหัวใจและเครื่องมือต่างๆออกจากห้องผมแล้วเหลือไว้แค่น้ำเกลือที่เหลือครึ่งขวด

“คุณคงไม่รู้สินะว่าคุณหลับไป1ปีกว่าๆ และที่ผ่านมาเราคิดว่าคุณคงไม่รอดหรือไม่ตื่นอีกแน่ๆ แต่ที่ไหนได้คุณกลับฟื้นขึ้นมาแถมร่างกายยังไม่เป็นอะไรเลยด้วย เร็วๆนี้คุณได้กลับบ้านพร้อมกับลูกเมียคุณแน่ ส่วนเรื่องเมื่อปีก่อน ขอบคุณด้วยนะ ฮีโร่ ของพวกเรา”

ลูกเมียหรือ? สงสัยเมย์คลอดลูกแล้วล่ะ แต่ไอที่เรียกผมว่าฮีโร่นี่มันอะไรกันเนี่ย? ช่างเหอะ ตอนนี้ผมอยากเห็นแค่เมย์กับลูกเท่านั้น ลูกผมเป็นชายหรือหญิงกันเนี่ย หวังว่าลูกผมจะไม่ได้รับผลข้างเคียงจากผมตอนนั้นที่อยู่ดีๆได้ไล่ฆ่าคนก็พอละ

ตึง

ประตูเปิดออกมาพร้อมกับเมย์ที่อุ้มเด็กทารกมาด้วย พร้อมกับที่มีชายอีก2คนใส่สูทสีดำเดินตามหลังมา

“คุณปลอดภัยจริงๆด้วย นี่ลูกของเรานะเป็นเด็กผู้หญิง ชื่อว่าแบนด์นะคะดีมั้ย?”

เมย์เข้ามาหาผมพร้อมยื่นหน้าลูกของผมให้ดูและบอกชื่อของลูกผม ผมดีใจมากที่ได้เห็นลูกและชายอีก2คนเข้ามาสวัสดีผมแล้วบอกข่าวดีอีกเรื่องคือ...

“คุณได้เป็นคนเปิดโปงแผนการณ์ร้ายของรัฐบาลชุดก่อนนี้และลงมือฆ่าพวกเขา ถึงแม้ตามกฏหมายแล้วคุณมีความผิดฐานที่ฆ่าคนตายไปเป็นจำนวนมากแถมเป็นรัฐบาลด้วยแล้ว คุณควรที่จะถูกประหารชีวิต แต่เนื่องจากนี่เป็นกรณีพิเศษ ทางเราจึงไม่ถือโทษเอาความ ส่วนคดีที่คุณสังหารนักเรียนของรร.P.S.กับของรร.G.E. นั้นทางเราถือว่าตอนนั้นคุณถูกรัฐบาลชักใยอยู่เบื้องหลังจึงไม่ถือโทษเอาความ เพราะเดิมทีรัฐบาลนี้ได้จ้างนักเรียนทั้งหมดให้เกลียดคุณ และขู่เข็นเพื่อนของคุณที่ไม่เชื่อฟังรัฐบาลให้กลั่นแกล้งคุณไม่เช่นนั้นแล้วทุกคนจะถูกฆ่าตายหมด พวกเขาเลยต้องทำตามในวันสุดท้ายของพวกเขา และวันแรกที่ฝันร้ายหลอกหลอนคุณจริงๆ...”

ที่แท้2คนนี้เป็นเจ้าหน้าที่ เขาได้บอกข่าวดีเรื่องการไม่เอาเรื่องที่ผมทำไปทั้งหมดและบอกถึงสาเหตุที่ผมสงสัยมานานว้าทำไมคนในรร.ถึงกลั่นแกล้งผม และทำไมเพื่อนรักของผมถึงมาหักหลังผมได้

“แล้วเรื่องที่พ่อแม่ของผมเครื่องบินตกล่ะ?”

เจ้าหน้าที่ได้เม้มปากเหมือนรู้ว่าผมรู้คำตอบอยู่แล้วและบอกผมว่า

“เรื่องนั้นรัฐบาลก็เป็นคนจัดฉากขึ้นเช่นกัน แต่อย่าห่วงไปเลย ครอบครัวของคุณไม่มีความผิดอีกแล้ว และคุณยังได้กลายเป็นฮีโร่ของประเทศนี้อีกด้วย ไม่เชื่อคุณดูสมุดเล่มนี้สิ”

เจ้าหน้าที่ได้เอาสมุดเล่มหนาจากเจ้าหน้าที่อีกคนมาให้ผมดู มันเป็นสมุกล่าวขอบคุณที่ช่วยผม และบางคนก็เขียนขอโทษที่เข้าใจผมผิดไป และบางคนก็มาเขียนเชิงจีบผม ขอบคุณผมเยอะจริงๆ หมอเมื่อกี้ก็ใช่

“นี่คงเพราะคุณได้เปิดกล้องทิ้งไว้ให้ประชาชนเห็นสัตว์ประหลาดพวกนั้นแท้ๆ ทำให้คุณเป็นที่สนใจของทั้งโลก แต่วางใจได้ตอนนี้คุณสมควรกลับไปใช้ชีวิตตามปกติของคุณได้แล้ว แต่ข่าวร้ายคือญาติฝั่งพ่อของคุณได้ตายจากไปแล้ว ทำให้พินัยกรรมระบุให้คุณเป็นผู้นำตระกูลดูแลมรดกทั้งหมดแต่เพียงผู้เดียว เราจึงขอแสดงความเสียใจกับการจากไปของญาติๆคุณด้วย”

กล้องนั่นรึ? อืมใช่ ผมเปิดมันทิ้งไว้นี่ กะจะแค่ให้คนเห็นสัตว์ประหลาดแค่นั้น แต่ผมดันไปมีเอี่ยวสู้กับสัตว์ประหลาดเต็มๆ แต่ดีจริงๆที่ฆ่าพวกญาติหน้าเงินนั่นตายน่ะ ตอนนี้เงินของพวกมันจึงตกเป็นของผมที่มีสิทธิ์เป็นผู้นำตระกูลไปแล้ว

“พวกเราได้บอกคุณหมดแล้ว พวกผมคงต้องขอตัว ขอให้คุณมีความสุขหลังจากที่ตื่นจากฝันร้ายนี้นะครับ”

เจ้าหน้าที่กล่าวลาผมและห้องก็กลับมาเงียบอีกครั้งโดยที่เมย์ได้เข้ามาจูบกับผมและให้ผมอุ้มลูกสาวของผม หลังจากนั้น2วันหมอก็ให้ผมออกจากโรงพยาบาล และแทบไม่น่าเชื่อว่าผมจะได้กลับมาในบ้านของผมอีกครั้งหลังจากที่จากไปนาน

ผมได้เข้าห้องทำงานของผม ที่จริงเรียกว่าทำงานไม่ได่หรอกนะ ก็ผมมีเงินใช้มากมายขนาดรุ่นโหลนยังไม่รู้ใช้หมดเลยรึเปล่านี่นา

ผมได้เอาสมุดเล่มที่คนขอบคุณผมมาเปิดอ่านเล่นๆและผมพบชื่อของคนคนนึง...

---เกเบรียล---

‘ข้อความนี้มีคุณเท่านั้นที่อ่านได้ ขอให้คุณมีความสุขกับชีวิตและครอบครัวของคุณ และวางใจได้ เกมสุดท้ายจริงๆ จะเริ่มหลังจากนี้หลายปี ประมาณ20ปีนับจากนี้ ขอให้คุณจำเอาไว้ว่า หญิงสาวที่มีผมสีดำดวงตาสีดำจะมาถามคุณเรื่องกุญแจของมิติอื่น ผู้หญิงคนนั้นจะพาผู้หญิงอีกคนมาด้วย หากคุณเจอคุณสามารถเลือกที่จะให้กุญแจกับหล่อนหรือไม่ให้ก็ได้ ส่วนกุญแจนั้นก็คือดาบแห่งปรีชาญาณของคุณเอง ซึ่งตอนนี้น่าจะอยู่ในตัวของคุณ หากคุณไม่แน่ใจลองเรียกมันออกมาดูสิ ส่วนดิฉัน ขอไปทำตามที่คุณบอกให้ช่วยคุณในมิติอื่นล่ะ ลาก่อน’

จบข้อความในหนังสือนี้แล้วผมก็ลองเรียกดาบแห่งปรีชาญาณออกมาดู มันออกมาจริงๆตามที่เกเบรียลบอก และเธอก็ทำให้ผมเห็นตอนที่ผมสลบไปแล้วว่าเธอได้ช่วยผมในมิติอื่นจริงๆ แต่สาว2คนจะมาเอาดาบนี้น่ะรึ? ถ้างั้นผมจะทำยังไงดีล่ะเนี่ย? เพราะผมไม่รู้ว่า2คนนั้นอยู่ฝ่ายผมหรือฝ่ายของพระเจ้ากันแน่ เกิดอยู่ฝ่ายของพระเจ้าล่ะก็ไม่ใช่เรื่องดีแน่ๆ แต่ตอนนี้ผมยังไม่ต้องใส่ใจมันหรอก อีกตั้ง20กว่าปี ผมขอเสพย์สุขอยู่ที่นี่ก่อนละกัน...

ฝันร้ายของข้าพเจ้า12

posted on 14 Aug 2011 19:06 by bankacx  in Nightmare

ตอนที่ 12 Last Battle 2

ผมได้ลืมตาตื่นขึ้นมาอีกครั้งพบว่าเมย์กำลังเขย่าตัวผมอยู่ น้ำตาจำนวนมากได้หยดลงมาบนหน้าของผม

ผมกะพริบตาปริบๆเพื่อปรับแสงที่เข้าตาแล้วลุกขึ้นมา ส่วนเมย์ดีใจมากที่ผมยังไม่ตาย

ผมรู้สึกปวดหัวนิดหน่อย แต่ว่ากลับได้ยินเสียงแทบทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นเสียงลม เสียงฝีเท้า แม้แต่เสียงของหัวใจที่เต้นตุบๆอยู่ เกิดอะไรขึ้นกับผม

ผมรู้สึกดีเหมือนตอนที่ฆ่าคนทั้งรร. แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะมาคิดแล้วเพราะผมต้องจัดการจบเรื่องบ้าๆนี้

กริ้ก

ผมเปลี่ยนดาบแห่งปรีชาญาณเป็นดาบ2คมยาวกว่าแขนของผม มันมีรูปร่างที่เรียวยาวดูสวยงาม ตัวดาบเป็นสีเงินและด้ามดาบเป็นสีดำ

ตึกๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

ทหารจำนวนมากกำลังมาทางนี้ และจะปะทะกับพวกผมภายใน

4...

3...

2...

1...

ปังๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

กระสุนปืนจำนวนมากยิงมาทางผมราวกับนัดกันเอาไว้แล้ว แต่ว่าผมมองเห็นกระสุนเหล่านั้นช้าลงมากเหมือนกับภาพสโลโมชั่นช้าๆ ผมจึงรีบไปเอาเมย์ไปซ่อนจากทหารพวกนั้นทันที

เมย์และทหารทำหน้าแปลกใจกับการเคลื่อนไหวของผม

ผมได้หยิบหินขนาดเหมาะมือขึ้นมาแล้วปาไปทางพวกทหาร

ปังๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

เสียงปืนอีกระลอกดังขึ้นๆๆๆและดังขึ้น

ทหานส่วนใหญ่เริ่มเปลี่ยนแม็กกาซีนปืนและรีโหลดกระสุน จังหวะนั้นผมจึงวิ่งเข้าไปกลางดงทหารเหล่านั้น

ฉัวะๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

ผมเอาดาบลากวัดแกว่งไปทั่วบริเวณนั้น เลือดของทหารค่อยๆกระจายออกมาอย่างช้าๆ

สุดท้ายผมได้ฆ่าทหารแถบนั้นจนหมด

แล้วกลับมาหาเมย์

ผมเพิ่งเห็นเมย์กำลังจะนั่งลงเองน่าแปลกมาก หรือว่าผมเคลื่อนไหวเร็วไปจนทุกสิ่งทุกอย่างรอบๆตัวช้าไปหมดกันแน่

แต่ที่น่าแปลกที่ตอนนี้ทุกอย่างกลับมาเป็นปกติแล้ว ไม่มีช้าหรือเร็วไปอีก ผมรู้สึกสงสัยมาก หรือว่าผมสามารถควบคุมสัมผัสตนเองได้กันแน่...

“ทหารถูกฆ่าตายไปหมดแล้วเหรอคะ ไม่จริงน่า เพิ่งไม่ถึงนาทีเองนะคะ”

เมย์ตกใจมากเมื่อเห็นผมพยักหน้าบอกว่าใช่

ผมรีบให้เมย์ชี่คอแล้วรีบวิ่งหนีออกไปจากที่นี่เพราะผมได้ยินเสียงฝีเท้าของทหารอีกระลอกกำลังมา

ตึกๆๆๆ

แทบไม่น่าเชื่อผมไม่รู้สึกเหนื่อยเหมือนตอนที่ได้พลังจากซาตาน แถมรู้สึกว่าตนวิ่งเร็วเหลือเกิน เพราะแปปเดียวผมก็มาถึงด่านของเมืองแล้ว

ด่านนี้เงียบมากไร้ซึ่งผู้คน ผมจึงออกไปได้อย่างสบายใจ

พระอาทิตย์เริ่มตกลงแล้วผมจึงหาโรงแรมที่ห่างจากด่านไป10กิโลเมตรกว่าเพื่อพักผ่อน แต่ระหว่างที่กำลังจะเดินเข้าไปในเขตที่มีคนนั้นผมได้ยินเสียงวี้ๆมาจากตุ้มหูของเมย์

ผมจึงรู้ในทันทีว่ามันเป็นเครื่องติมตามผมจึงให้เมย์เอามันออกแล้วปาทิ้งไปแถวๆนั้นและหาโรงแรมที่ห่างจากตรงนี้ไปอีกที

แล้วผมก็เจอโรงแรมแห่งหนึ่ง น่าแปลกใจมากที่ตรงนี้ก็ไม่มีคนอยู่ ผมจึงเปิดห้องเองและโชคดีมากที่ตรงนี้มีไฟฟ้าและน้ำรวมถึงอาหาร

ผมกับเมย์จึงกินอาหารเย็นและอาบน้ำก่อนที่จะนอนผมได้ให้ดาบแห้งปรีชาญาณกลายเป็นปืนกลอัตโนมัติที่จะยิงบุคลภายนอกที่เข้ามาในห้องนี้ โชคดีที่มันแยกออกเป็นหลายๆตัวได้ผมจึงให้มันไปอยู่รอบๆห้องนี้

คืนนั้นเป็นคืนที่นอนหลับสบายมากเพราะเตียงที่นี่นุ่มและพวกเราเหนื่อยมาทั้งวันอีก ผมกังวลเรื่องลูกของผมกับการบุกจู่โจมตอนกลางคืนนี้มากๆ

        ผมได้นอนหลับๆตื่นๆและได้นึกถึงอดีตต่างๆมากมายตั้งแต่ที่เริ่มถูกฉีดยาทดลองนั่นแล้วยังเป็นตอนที่ไล่ฆ่าคนทั้งรร.อีก และสิ่งหนึ่งที่ผมเพิ่งจะนึกออกคือความทรงจำตอนที่ถูกควบคุมตัวไปนั่นเอง ผมเห็นหมายเลข2และ3มาดูตัวผมที่กำลังนอนอยู่บนเปลและผมยังเห็นพ่อของเมย์และนักการเมืองใหญ่ๆอีกหลายคนด้วย

ถ้าพวกที่ทำให้ผมเป็นแบบนี้เป็นนักการเมืองจริงล่ะก็ ไม่ยากเลยที่จะหาพวกมัน รัฐสภา จะเป็นที่ที่ผมจะไป แต่ผมจะไปคนเดียว เพราะผมไม่อยากให้เมย์กับลูกในท้องต้องบาดเจ็บด้วย

และผมก็เคลิ้มหลับได้ซักที…

หลังจากนั้นผมตื่นมาเห็นเมย์ยังนอนอยู่บนเตียง ผมก็ไม่ได้ปลุกหล่อน ผมได้เตรียมอาหาร เครื่องดื่มไว้ให้ และผมเขียนข้อความไว้ว่า ‘ไม่นานจะกลับมา อยู่ที่นี่ปลอดภัยที่สุด ขอให้ทำตัวสบายๆไม่ต้องห่วง ชั้นจะทิ้งดาบแห่งปรีชาญาณไว้เป็นปืนกลอัตโนมัติจึงไม่ต้องกลัวว่าจะถูกทหารมาจับตัวไปอีก’

ถึงเวลาแล้วที่เรื่องบ้าๆนี่จะจบลงซักที และผมได้เดินออกจากห้องนี้ไปเพื่อจัดการล้างบางนักการเมืองบ้าๆพวกนั้นทันที

ณ รัฐสภา เวลา 9.00 น.

วันนี้เป็นวันที่แจ่มใสเมฆหมอกประปราย นักการเมืองทั้งหลายกำลังลงมติเพื่อแก้ไขปัญหาเรื่องการอพยพประชาชนให้ออกจากที่พักอาศัยของพวกเขา...

“เรียนท่านนายกครับ ผมก็ยังสงสัยอยู่ดีว่าทำไมเราต้องอพยพประชาชนออกจากพื้นที่ของพวกเขามากเกินไปแบบนี้ ทั้งๆที่ท่านสั่งให้ประชาชนตรงจุดนั้นอพยพหนีไปก็น่าจะพอแล้วแท้ๆ หรือว่ามีเรื่องที่ใหญ่กว่าศูนย์วิจัยของเราโดนทำลายอีกครับ”

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังถามนายกรัฐมนตรีถึงสาเหตุที่สั่งการให้ประชาชนออกจากที่พักอาศัยเมื่อวานก่อนนี้

“ท่านรัฐมนตรีครับ ที่ผมได้ให้ประชาชนอพยพ ออกๆไปขนาดนั้นเป็นเพราะว่านักโทษที่ฆ่าคนเป็นพันๆคนนั้นได้หลบหนีไปอยู่ที่บริเวณนั้น ผมจึงเป็นห่วงความปลอดภัยของประชาชน และทางเราได้ส่งอาวุธสงครามรูปแบบมนุษย์ไปจัดการแล้ว เพราะมันเป็นเรื่องที่ลับสุดยอดมาก เราจึงให้ประชาชนออกไปไกลพอสมควรจะได้สะดวกต่อการดำเนินงานของพวกเราครับ”

นายกรัฐมนตรีบอกสาเหตุนี้ แม้ว่านักการเมืองบางส่วนจะรู้สึกสงสัยแต่พวกเขาก็ไม่ใส่ใจอะไรมากนักเพราะมันไม่เกี่ยวข้องกับพวกเขา

เสียงวิ้งๆของหลอดไฟได้ดังขึ้นเป็นจังหวะและไฟทั้งห้องประชุมนี้ได้ดับวูบลง ไฟสำรองถูกใช้งาน หลอดไฟสีแดงๆเล็กๆหลายๆจุดได้สว่างขึ้น

ปังๆๆ

เสียงของชัตเตอร์ระบบป้องกันภัยของที่นี่ได้ถูกปิดลงทุกแห่ง ในห้องนี้ได้กลายเป็นห้องปิดตายแล้ว

---ระบบปรับอากาศปิดตัวภายใน4...3...2...1...---

เสียงของคอมพิวเตอร์ได้บ่งบอกถึงการปิดตัวลงของระบบปรับอากาศซึ่งหมายความว่า จะไม่มีอากาศถ่ายเทไปในห้องนี้แล้วและออกซิเจนจะหมดลงเรื่อยๆในไม่ช้านี้แน่

ปังๆๆๆ

“เปิดสิโว้ย พวกบ้านั่นทำอะไรกันอยู่เนี่ย ปล่อยพวกชั้นออกไปซะ พวกชั้นเป็นผู้ที่ดูแลประเทศนี้นะ ต่อให้พวกประชาชนตายไปเป็นร้อยเป็นพันคนยังเทียบกับพวกชั้นที่ตายไปแค่คนเดียวยังไม่ได้เลย”

นักการเมืองคนหนึ่งได้เอามือและเท้าพังประตูชัตเตอร์นั่น แต่ไม่เป็นผล เพราะประตูนี้ถูกสร้างขึ้นมาให้บางแบบประตูร้านค้าและทนทานขนาดกันระเบิดลูกใหญ่ๆได้ถึง6ลูกด้วยกัน แรงของมนุษย์จึงไม่สามารถพังประตูนี้ได้

ณ Neo Silome ย่านการท่องเที่ยวของประเทศ

ผู้คนทั่วไปต่างพากันท่องเที่ยวสัญจรไปมาจำนวนมาก แม้ว่าตอนนี้จะเช้าอยู่ก็ยังมีคนหนาแน่นไม่ขาดสาย

ทีวีเครื่องใหญ่ที่อยู่ใจกลางย่านที่ปกติจะฉายรายการทั่วไปนั้นได้เกิดการถ่ายทอดสดขึ้น จึงทำให้ประชาชนต่างหยุดเดินแล้วมองดูที่ทีวีนั้น

---ผมคือฆาตรกรของรร.ชื่อดังทั้ง2รร. และผมมีความจริงให้คุณดูเกี่ยวกับผู้ที่กำลังเคลื่อนไหวประเทศนี้อยู่---

ชายหนุ่มกล่าวแล้วภาพตัดไปที่การประชุมของรัฐบาลเกี่ยวกับแผนการณ์ลับมากมายซึ่งรวมถึง แผนการณ์ใช้นักเรียนอัจฉริยะคนหนึ่งฆ่าคนทั้งรร.ด้วย…

ผมได้เข้าไปในรัฐสภาแล้วจี้บังคับให้ยามที่ดูแลความปลอดภัยมอนิเตอร์นำเอาเทปบันทึกการประชุมแต่ละวาระออกมาให้ผมดู และผมก็ได้รวบรวมหลักฐานการประชุมที่ส่วนใหญ่จะเป็นนักการเมืองไม่ถึง10คนที่เข้าประชุมต่างจากการประชุมในครั้งนี้มาก และผมได้ให้ยามคนเดิมตัดไฟแล้วเปิดระบบรักษาความปลอดภัยพร้อมกับปิดระบบปรับอากาศของห้องประชุมลง

จากนั้นผมให้ยามใช้กล้องวงจรปิดระดับเทพซูมไปที่นักการเมืองที่กำลังพยายามพังประตูรักษาความปลอดภัยนี้พร้อมกับบันทึกสิ่งที่เค้าพูดออกมา

แล้วผมก็ได้เอาเบอร์ที่ติดไว้ที่ผนังของห้องนี้ ซึ่งมันเป็นเบอร์ของสถานีทีวีต่างๆให้ตัดสัญญาณมาให้ผมถ่ายทอดสดโดยผมอ้างว่ามีข่าวด่วนจากนายกรัฐมนตรี

ส่วนผมได้ออกอากาศถ่ายทอดสดและเอาหลักฐานต่างๆรวมถึงเหตุการณ์ปัจจุบันมาให้ประชาชนดู ซึ่งผลออกมาน่าพอใจมาก ประชาชนโกรธแค้นรัฐบาล ที่ผมรู้ว่ามีคนโกรธก็เพราะว่าที่นี่มีกล้องวงจรปิดหลายตัวที่เชื่อมโยงไปที่สถานที่สำคัญของประเทศ และแต่ละที่ต่างก็ต้องมีทีวีจอใหญ่เอาไว้อยู่แล้วด้วย เทคโนโลยีของพวกนั้นทำให้พวกนั้นหางโผล่ออกมาได้จริงๆ

นั่นคือการใช้สมองของผม และจากนี้ผมจะใช้กำลังของผมแล้ว...

9คน... 10คน...

ยามที่ผมบังคับให้เขานับตัวเลขของนักการเมืองที่ตาย

ผมได้ยิ้มให้กับการตายของนักการเมืองเพราะว่าขาดอากาศหายใจตายไปทีละคน2คน

ภาพถูกฉายออกไปทั่วประเทศ และผมเชื่อว่าประชาชนไม่น้อยที่ดีใจอยู่ในใจ

แกรกกกกกกกกกกกก

เสียงของประตูชัตเตอร์ถูกกระแทกดังไปทั่ว

ตูม

เสียงของระเบิดที่ดังขึ้นมาและอีกลูกตามมา ผมมองไปที่จอกล้องนิกอาคาร ผมเห็นทหารกำลังเอารถถังยิงทำลายชัตเตอร์อยู่ และมีการติดระเบิดc4ไว้ที่ประตูชัตเตอร์นี้ด้วย

และคนที่ผมรอคอยก็มาถึง พ่อของเมย์ ไม่สิถ้าจะบอกให้ถูกก็คือ...

---หมายเลข 0 ---

ผมได้จบรายการถ่ายทอดสดนี้ด้วยการเปิดแบ่งครึ่งเป็นภาพของในรัฐสภากับนอกรัฐสภา

ผมจัดการฆ่ายามสารพัดประโยชน์ทิ้งแล้วเอาบัตรไอดีการ์ดของเจ้าหน้าที่ไปหยิบอาวุธของแผนกรักษาความปลอดภัยออกไปด้านนอกรัฐสภา

ตูม

ผมได้ใช้ความเร็วแกะระเบิดที่ติดชัตเตอร์ออกแล้วไปติดใส่ที่รถถังของทหารและให้ระเบิดเอง

เศษเนื้อของทหารหลายนายได้กระเด็นออกมาพร้อมกับเลือดที่ตกลงมากลายเป็นสายฝน

ซ่าๆๆๆๆ

ฝนเลือดตกลงมาช่างเหม็นกลิ่นเลือดจริงๆ

ปังๆๆๆๆ

ผมยิงไปที่ทหารคนอื่นที่ไม่ตาย

กริ้กๆๆ

ผมได้หยิบเอาระเบิดจากศพของทหารมาปาใส่ทหารคนอื่น

ตูมๆๆ

ผมปาไปหลายทีจนสังเกตได้ว่ามีทหารบางคนหนีออกไปจากที่นี่และ...

อ้ากกกก

พ่อของเมย์ได้ใช้มือที่คล้ายระยางแทงทะลุหัวของทหารที่หนีไปนั้นก่อนที่เขาจะยืดมืดกลับมาเป็นมือของคน

“แกเอาลูกสาวของชั้นไปไว้ไหน?”

พ่อของเมย์ถามผมขณะที่เขาขยับแว่นตาให้เข้ารูปแล้วเดินมาหาผม

นี่สินะศัตรูคนสุดท้ายที่ผมต้องชนะเพื่อที่จะจบเกมบ้าๆนี่ซักที...

ฝันร้ายของข้าพเจ้า11

posted on 14 Aug 2011 19:04 by bankacx  in Nightmare

ตอนที่ 11 Last Battle 1

กระแสลมเย็นๆพัดมา ทำให้ผมตื่นขึ้นจากห้วงนิทรา พบว่าตอนนี้พระอาทิตย์กำลังที่จะขึ้นแล้ว...

ผมได้มองดูเมย์ที่กำลังหลับอยู่บนพื้นเย็นๆแข็งๆ แม้ว่าผมจะหาเสื่อกับผ้าห่มมาปูให้แล้วก็ตาม แต่ผมก็ไม่สบายใจให้อยู่ที่นี่อยู่ดี

ผมได้เดินขึ้นไปบนดาดฟ้าเพื่อสูดอากาศยามเช้าแล้วมองพระอาทิตย์ที่ยังไม่ขึ้นเห็นแต่แสงสีแดงอมส้มตรงขอบฟ้าเท่านั้น

ผมรู้สึกว่าในเมืองนี้คงเหลือแค่ผมกับเมย์เพียง2คน นี่คือเมืองของเรา2คน

ผมเคยคิดฝันไว้ตอนที่อยู่กับเมย์ว่าอยากจะอยู่กับเมย์เพียง2คนไม่มีคนอื่นมาสร้างปัญหาให้ และตอนนี้มันก็เป็นจริงแล้ว

---ตื่นเช้าจังเลยนะคะ---

เมย์เดินมาทักผม สงสัยผมทำให้เธอตื่น

“เธอก็ตื่นเช้านะ นอนต่อเถอะตอนนี้พระอาทิตย์ยังไม่ขึ้นเลย”

---ไม่เป็นไรนี่คะ อย่างน้อยเรา2คนจะได้ดูพระอาทิตย์ขึ้นพร้อมกันไง---

เธอกล่าวแล้วเดินมาอยู่ข้างๆผม

ดาดฟ้าแห่งนี้ไม่มีรั้วกั้น มีเพียงแค่เนินปูนเตี้ยๆประมาณเท้าเท่านั้น

ดวงอาทิตย์กำลังขึ้นมาอย่างช้าๆ ช่างสวยงามจริงๆ ที่ได้อยู่กัน2คนในเมืองนี้

แต่ผมกลัวว่าจะมีการประกาศอะไรจากรัฐบาลเพิ่มเติม ถ้าเป็นอย่างนั้นแล้วล่ะก็ เวลานี้คงจะจากหายไปเร็วๆนี้แน่นอน และผมแทบจะไม่รู้สึกว่าตนมีพลังที่เอามาจากซาตานหลงเหลืออยู่แล้ว ไม่แน่ว่าหากเกิดแผลขึ้นมันจะไม่หายเร็วแบบเมื่อวานนี้อีกแล้ว นั่นก็คือผมได้ตายจริงๆแน่

---ดีจังเลยนะคะที่คุณกลับมาแล้วเรายังได้อยู่กัน2ต่อ2 แถมได้ดูพระอาทิตย์ขึ้นด้วยนะคะ---

เมย์กล่าวขณะที่ยิ้มอยู่ รอยยิ้มของเธอช่างดีจริงๆ ทำให้ผมผ่อนคลายได้มากทีเดียว

หลังจากนั้นเราสองคนต่างได้ช่วยกันออกไปหาของกินข้างนอก ถ้าจะบอกให้ถูกคือรื้อค้นงัดแงะร้านค้ามากกว่า

ผมลองเปิดไฟของร้านสะดวกซื้อดู แต่ไม่มีกระแสไฟฟ้าเลย ส่วนห้องน้ำนั้นผมลองเปิดดูแล้ว แต่ก็ไม่มีน้ำไหลเช่นกัน

ถ้าอยู่ในเมืองนี้หลายๆวันได้ตายแน่ ทั้งอาหารที่มีจำกัดไม่มีไฟฟ้าหรือน้ำให้ใช้

แถมทั้งผมและเมย์ต่างเปื้อนเขม่าดำของพื้นที่นอนด้วยอีก หากไม่อาบน้ำอาจจะสกปรกและไม่ดีต่อเด็กในท้องได้ ผมจึงลองรื้อบ้านต่างๆดู

และพบว่ามีบ้านหลังหนึ่งนั้นมีอ่างอาบน้ำที่มีน้ำอยู่เต็มถัง รวมถึงสบู่และแปรงสีฟันที่ยังไม่ได้แกะ

พวกเราจึงอาบน้ำที่บ้านหลังนั้น

โดยที่ผมให้เมย์อาบน้ำก่อนส่วนผมกำลังนั่งเคี้ยวขนมปังกับนมจืดที่ไม่เย็นอยู่นอกบ้าน

‘อย่างนี้อย่างกับผู้ประสบภัยแล้วต้องเอาตัวรอดจริงๆ’

ผมคิดเล่นๆในใจ และคาดว่าเมืองอื่นๆน่าจะเป็นแบบนี้แน่ๆ แต่ที่แย่มากคือผมไม่รู้ข่าวสารของโลกตอนนี้เลย แถมผมกังวลว่าที่นี่จะกลายเป็นที่ทดลอแปลกๆของพวกมัน แถมพวกมันต้องรู้แน่ว่าผมกับเมย์ยังอยู่ที่นี่

กรี้ดดดดดดดด

เมย์ร้อง

ผมจึงรีบวิ่งเข้าไปดูพบเมย์ยืนอยู่ที่หน้าห้องน้ำในสภาพเปียกปอนกำลังเอาผ้าขนหนูปิดร่างกายอยู่

“เกิดอะไรขึ้นเมย์”

ผมถามแล้วชะโงกดูหน้าต่างห้องน้ำที่เปิดอยู่อย่างสงสัย

---มะ...เมื่อกี้ชั้นเห็นคนห้อยหัวลงมาดูชั้นที่หน้าต่างนี้---

???

ผมสงสัยมาก เมืองนี้ไม่น่าจะมีคนแล้วนี่ แถมชั้นบนเมื่อกี้ผมลองเช็คดูแล้วว่าชั้นบนมันสูงมากแถมไม่มีอะไรให้ยึดเกาะพอที่จะชะโงกลงมาได้แน่ๆ

หมับ

เมย์ได้เข้ามากอดผมและหน้าอกของหล่อนได้สีกับแขนผม แต่เธอหวาดกลัวมาก ผมจึงให้เธอใส่เสื้อผ้าแล้วตามผมขึ้นไปตรวจสอบด้านบน

เป็นอย่างที่คิดจริงๆ บันไดที่ขึ้นไปชั้นบนนั้นมีแต่บันไดในตัวบ้านนี้เท่านั้น จึงไม่น่าจะมีคนมาห้อยหัวให้เห็นได้

เอี้ยดอ้าดๆๆ

เสียงของบันไดไม้ที่เก่ามากดังขึ้นเมื่อผทกับเมย์ก้าวขึ้นไปชั้นบนที่อยู่สูงจากตรงนี้มาก

ผมได้เรียกดาบแห่งปรีชาญาณออกมาในรูปของดาบและเดินขึ้นไปด้านบนอย่างช้าๆ

ผมได้พบกับประตูบานหนึ่งชั้นบน ผมจึงเปิดเข้าไปดู

แอ้ดดดด

ประตูเปิดออกและพบว่ามันว่างเปล่าไม่มีใครอยู่ในนั้น

เมย์รู้สึกกลัวๆจึงเกาะแขนผมไว้แน่นทีเดียว

ผมลองชะโงกหน้าออกไปดูข้างนอกพบกับความว่างเปล่าและดูจากตรงนี้ก็คิดว่าไม่น่าจะมีใครห้อยหัวลงมาได้เพราะมันสูงมาก ถ้าจะทำหมายความว่าคนคนนั้นต้องสูงพอๆกับผมแถมยังต้องเอาเท้าเกี่ยวหน้าต่างชั้นนี้กันตกอีก ซึ่งคนคนนั้นบ้ามากแน่ๆ

แซ่กๆๆ

ผมได้ยินเสียงจากนอกหน้าต่างด้านบน

ผมเห็นผู้ชายลิ้นยาวๆกำลังเกาะผนังอยู่เหนือหัวของผม

ผัวะ

มันตวัดลิ้นออกมาแต่ผมได้หลบเข้าไปในบ้านทัน

ตึง

ก้นผมกระแทกกับพื้นและเมย์กำลังหน้าซีดชี้เหมือนบอกว่าไอตัวนี้แหล่ะที่เห็นอยู่ข้างหลังผม

ปัง กริ้ก

ผมได้ปิดประตูเมื่อกี้แล้วล็อกกลอนเผื่อมันมีตัวอื่นอีก

ดูท่ามันจะเป็นตัวที่รัฐบาลส่งมาจัดการกับผมอีกตามเคย

แกรกๆๆ

มันได้ไต่กำแพงเข้ามาที่เพดานแบบไอ้แมงมุม แต่ทุเรศมากที่มันมีลิ้นยาวๆ

สูทสีชมพูอ่อนและผมหางม้าของมันไม่เข้ากับการแลบลิ้นยาวๆปีนเพดานเลยด้วยซ้ำ

แต่ถือว่าดูดีกว่าไอตัวหัวโล้นๆผิวหนังแดงๆมือทั้ง2เป็นเส้นระยาง

ผมได้เปลี่ยนดาบเป็นปืนยิงใส่มันไป

แต่มันหลบได้หมด

แล้วมันก็กระโจนเข้ามาหาผม

ขณะที่ผมกำลังจะเอาปืนยิงใส่มันมันก็ได้เอาลิ้นมารัดข้อมือผมจนยิงใส่มันไม่ได้แล้วมันกำลังกดผมอยู่ที่พื้น

เมย์ได้หวาดกลัวและพยายามผลักมันออกแต่ไม่เป็นผล

ตอนนี้ผมเห็นว่าตาของมันเหลือกๆจนอยากจาะควักตามันออกมาจริงๆ แต่ว่าแขนขาผมถูกตรึงไว้หมดจนขยับได้แค่คอ

ผัวะๆๆ

เมย์ได้หยิบเก้าอี้ไม้ขึ้นมาฟาดมันอย่างแรง3ทีแจ่มันก็ไม่เป็นไรได้แต่มองไปดูแล้วหันกลับมาที่ผม

มันได้เปลี่ยนจากการเอาลิ้นรัดผมเป็นการเอามืออีกข้างกดมือผมและเอาลิ้นของมันเข้ามาใกล้ๆผม

ลิ้นนั้นดันแยกแฉกๆออกมาได้แบบปลาดวและกำลังใกล้หน้าผม

ฉึก

เมย์ได้เอาขาเก้าอี้ไม้ที่แหลมๆแทงใส่ปากมัน ทำให้มันร้องทรมานแล้วไปนอนดิ้นที่พื้น

ผมได้ลุกขึ้นมาแล้วยิงใส่มัน

แต่ผมไม่ได้ยิงให้มันตาย แค่ยิงลิ้นกับแขนขามันให้ขาดเท่านั้นเอง

“เมย์ปิดตาแล้วหันหลังซะ เพราะชั้นกำลังจะทรมานมันจนตายชั้นไม่อยากให้เธอดู”

ผมสั่งเมย์และเธอก็ทำตาม คงเพราะว่าเดิมทีเธอก็หวาดกลัวมันจนไม่อยากมองอยู่แล้วก็ได้

“ไอตาเหลือกๆนี่สินะที่แกใช้ดูแฟนชั้นอาบน้ำน่ะ”

ผมได้กล่าวและเปลี่ยนปืนเป็นกรงเล็บควักลูกตามันออกมาช้าๆ

เลือดสีแดงพุ่งออกมาทางตาของมันเพิ่มและมันร้องไม่เป็นภาษาคนและดิ้นพรากๆก่อนที่จะนิ่งไป

จากนั้นมันได้สบายไปราวกับเป็นแค่ฝุ่นทราย

เมย์ยังก้มหน้าอยู่และเสื้อผ้าผมตอนนี้ก็เปื้อนเลือดไปมากพอดู

กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งไปทั่วห้องนี้ เศษเก้าอี้และคราบเลือดยังอยู่ แต่ไม่มีศพของมันเลย

ผมได้เข้าไปกอดเมย์และลูบหัวปลอบแบบเด็กๆ

“ไม่น่าจะมีอะไรแล้วล่ะ พวกถ้ำมองไปแล้วไม่เชื่อดูที่พื้นนี้สิ”

เมย์ได้หันไปมองและไม่พบศพของมัน ที่ผมต้องบอกแบบนี้เพราะไม่อยากให้เธอมองว่าผมเป็นฆาตรกรเลือดเย็นทั่วไป

สุดท้ายผมก็ได้ไปหาเสื้อผ้าที่พอดีตัวแล้วเข้าไปอาบน้ำโดยที่เมย์ถือดาบแห่งปรีชาญาณของผมเฝ้าข้างนอกแทน

   ผมได้อาบน้ำและกำลังคิดว่าที่นี่ไม่ปลอดภัยแล้ว คงต้องหลบหนีไปอยู่ที่อื่น แต่ก็กลัวว่จะทำให้คนอื่นเดือดร้อนนี่สิปัญหา

ผมได้อาบน้ำเสร็จและแต่งตัวออกมาเอาดาบคืนจากเมย์ และทานอาหารเช้าต่อ

แม้เมย์จะกินไม่ค่อยลงแต่เธอก็กินมัน สงสัยเพื่อลูกของตนด้วย

หลังจากที่กินกันเสร็จแล้วผมได้พาเมย์เดินไปตามถนนที่ไร้ผู้คน แม้แต่นกก็ยังไม่มีบินผ่านเลยซักตัวนึง

เดินมาได้ไกลพอสมควรแล้ว ผมรู้สึกว่ามันเงียบผิดปกติ เพราะว่าต่อให้ไม่มีผู้คนอย่างน้อยต้องมีนกหรือสัตว์ชนิดอื่นอยู่ในนี้บ้าง แต่นี่กลับไม่มีอะไรเลย แถมไหนจะไอตัวลิ้นยาวนั่นอีก ผมไม่เข้าใจจริงๆว่ามันเกิดอะไรขึ้น

ครืนนนนนนนนนนนนนนนนน

เสียงของอะไรบางอย่างกำลังมา...

ตูมมมมมมมม

ตึกขนาดกลางหลังหนึ่งได้ถูกผ่าเฉียงตกลงมาใส่ผมเบื้องล่าง

โชคดีที่ผมคว้าเมย์ออกมาจากตรงนั้นได้ทัน

ตึกๆๆ

ผมได้แอบซ่อนอยู่แถวๆตึกอื่นๆและได้ยินเสียงฝีเท้าที่ได้ดังใกล้เข้ามาช้าๆ

ผมแทบจะทนไม่ไหวเพราะคนที่เดินเข้ามานั้นคือคนที่ฆ่าผมไปตอนที่ผมอยู่บ้านเมย์ ไอ้ตัวประหลาดที่ใช้มือเปล่าๆตัดแขนผมได้

มันได้มองดูรอบๆซากตึกที่พังถล่มนั้นและขากน้ำลายลงพื้นอย่างเสียอารมณ์ และเดินต่อมาถึงที่ที่ผมกับเมย์ซ่อนตัวอยู่

ผมได้ส่งสัญญาณมือให้เมย์ย่องออกไปจากตรงนี้ก่อนและผมได้เรียกดาบแห่งปรีชาญาณออกมาเป็นดาบคมกริบเล่มหนึ่งที่เพียงพอต่อการฟันมันเป็นชิ้นๆ

ตึกๆๆๆๆๆ

ผมได้วิ่งออกมาข้างหน้ามันและกล่าวว่า

“ชั้นอยู่นี่ไอ้ตัวประหลาด”

ผมได้มองไปที่ตัวของมันอย่างเหยียดๆ ส่วนมันรุ้สึกแปลกใจมากที่ผมยังไม่ตาย

“ปะ...เป็นไปไม่ได้ ทำไมแกยังไม่ตาย ก็แกโดนเผาไปในนั้นแล้วนี่”

มันตกใจ แต่กลับวิ่งพุ่งเข้ามาหาผม

ฉัวะ

ขาขวาของมันถูกผมตัดออกก่อนที่มันจะมาถึงตัวผม

อ้ากกกกกกก

มันกรีดร้องออกมาพร้อมกับเลือดสีแดงที่ไหลอย่างแรง

ผมได้เข้าไปตัด มือ แขน ขาอีกข้าง จมูก หู และคอของมันออก

เลือดได้ไหลกระฉูดออกมาเต็มพื้นถนน และร่างกายของมันได้สลายไปเหมือนกับตัวลิ้นยาวตัวนั้น ผมจึงเก็บดาบและไปหาเมย์ที่ซ่อนตัวอยู่ไกลจากที่นี่

ครืนนนนนนนนนนนนนนน

เสียงแบบก่อนหน้านี้มาอีกครั้ง

ผมได้พาเมย์หลบออกมาเช่นเดิม

ดูท่าเมื่อกี้ไม่ใช่ฝีมือของคนที่ฆ่าผม แต่เป็นฝีมือของคนอื่น

ตึกๆๆ

มีคนเดินมาเช่นเดิมแต่คราวนี้เป็นผู้หญิง

---หมายเลข3เรียกศูนย์ พบเป้าหมายแล้วและกำลังดำเนินการเก็บกวาด---

ผมสงสัยกับบนสนทนานั้น ในเมื่อผมและเมย์ซ่อนตัวอยู่ห่างจากนี่แม้ไม่มากนักแต่มันก็ไม่น่าที่จะรู้สึกตัวได้

ครืนนนนนนนนนนน

ซากตึกที่ผมกับเมย์ใช้ซ่อนได้ถูกปัดออกไป ทำให้ผมเมย์ ได้สบตากับเธอจังๆ

เธอเป็นสาวผมบลฮนที่มีดวงตาสีแดงก่ำ และมีรูปร่างหน้าตาที่ดีพอสมควร ผิวสีซีดนั่นทำให้รู้ว่าชาวต่างชาติแน่นอน

“ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ หมายเลข1 ไม่สิ ชื่อคือบัลคัส ไนท์แมร์ อัจฉริยะของรร.PS”

เธอได้เรียกชื่อผมที่หายไปนานเหลือเกินและยังรู้อีกว่าผมคืออัจฉริยะของรร.นั้น แต่หมายเลข1นี่มันอะไรกัน ยัยนี่ก็เพิ่งเรียกตัวเองว่าหมายเลข3

“แล้วที่แกหมายเลข3ล่ะคืออะไร”

ผมได้ถามและให้เมย์หนีออกไปจากตรงนี้

“หมายเลข3ก็คือ ผู้ที่ได้รับดีเอ็นเอพิเศษของหมายเลข1 ไงค่ะ หรือว่าคุณจะลืมไปหมดแล้วเนี่ยว่าพวกเราและคนอื่นๆคุณได้พบก่อนแล้วนะ ตอนที่คุณยังไม่เจอเด็กคนที่กำลังวิ่งหนีอยู่นั่นน่ะ”

ครืนนนนนน

เหมือนกับลมแหวกอากาศพุ่งไปหาเมย์

ตูม

โชคดีที่ผมได้ใช้ดาบแห่งปรีชาญาณแปลงเป็นดาบเล่มใหญ่ขวางลมนั้นไว้

เวทย์มนต์หรือ ไม่สิพลังจิต

“อย่างที่คุณคิดนั่นแหล่ะค่ะ พลังจิต”

เธอตอบราวกับว่าอ่านใจผมออกว่าผมคิดอะไรอยู่

ผมได้เรียกดาบแห่งปรีชาญาณกลับมาแล้วแปลงเป็นปืนยิงใส่หมายเลข3

ปังๆๆ

ผมยิงไปหลายทิศทางแต่เธอหลบได้หมดอย่างน่าทึ่ง

ผมได้เปลี่ยนเป็นดาบแล้ววิ่งเข้าไปฟันหล่อน แต่หล่อนสามารถหลบแล้วยิงปืนใส่ผมกลับมาได้

เป้งๆ

ดีที่ผมได้เอาดาบมากันได้ทัน

ครืนนนนนนนนนนน

ลมสายหนึ่งพุ่งเข้าใส่ผมอย่างจัง

ตูมมมมมมมม

แม้ผมจะเอาดาบกันไว้แต่มันก็ยังสามารถผลักผมออกไปได้ แต่ที่น่าตกใจคือเป้าหมายของมันไม่ใช่ผมแต่เป็นเมย์!!!

ผมรีบเปลี่ยนดาบเป็นปืนยิงใส่หล่อนที่กำลังหันหลังอยู่

ปังๆๆๆ

หล่อนได้หันกลับมาแล้วใช้ลมหยุดกระสุนเอาไว้ได้

ฉัวะ

มีอะไรบางอย่างพุ่งมาที่คอของผม แต่ผมหลยได้ฉิวเฉียดจึงได้โดนเฉียดๆไป แต่มันได้ตัดไปโดนเส้นเลือดใหญ่ของผม ทำให้ตอนนี้เลือดออกมาจำนวนมากแล้ว

“ไม่น่าเชื่อนะว่าคุณจะหลบได้ทัน แต่ที่น่าแปลกใจกว่าคืออาวุธของคุณ กระทรวงวิทย์เรายังไม่สามารถสร้างของแบบนี้ได้เลยนะ ดูท่าหลังจากกำจัดคุณและนำเด็กสาวคนนี้กลับไปแล้ว ชั้นต้องเอาอาวุธนี้ไปแยกส่วนดูซะแล้วสิ”

เธอพูดอย่างอารมณ์ดีและเดินเข้ามาหาผมที่กำลังจะตายเพราะเลือดไหลออกมาเยอะเกินไป

ผมได้เปลี่ยนดาบแห่งปรีชาญาณเป็นระเบิดก๊าซพิษ

กริ้งๆๆ

ระเบิดได้ถูกแกะสลักและผมรีบวิ่งหนีออกมาทั้งที่เลือดยังไม่หยุดไหลและ

ตูม

ระเบิดที่อัดไปด้วยพิษร้ายแรงถูกปลดออกมา

ผมคิดว่าน่าจะยัยนั่นน่าจะตายไปแล้ว แต่ว่าผมกลับคิดผิดไปจริงๆ

“คุณคงจะลืมไปสินะว่าชั้นไม่ใช่หมายเลข2ที่คุณสามารถฆ่ามันได้ง่ายๆด้วยการตัดแขนขาของมันน่ะ ชั้นคือผู้ใช้พลังจิตที่เอาความรู้สึกด้านลบของจิตใจออกมาน่ะ”

---ความรู้สึกด้านลบ?---

“ใช่แล้วความรู้สึกด้านลบ เคยมีครั้งหนึ่งที่มีชายคนหนึ่งได้คิดว่าหากตนมีพลังพิเศษที่แหวกอากศ ตัดสิ่งของ ฆ่าคน และอ่านใจของคนอื่นได้ เขาก็จะได้ไม่ต้องถูกคนอื่นรังแกอีกแล้ว และนั่นคือความรู้สึกด้านลบของเด็กคนนั้น แต่ที่จริงชั้นควรที่จะจัดการกับคุณแต่แรกแล้ว ไม่ใช่หมายเลข2 เพราะว่า...”

“เพราะว่าเธอไม่สามารถเลือกที่จะอ่านใจคนอื่นได้ตามใจชอบสินะ”

ผมแย่งเธอพูดต่อ ดูเหมือนเธออึ้งมากๆ

“คุณรู้ได้ไง?”

เธอถามออกมา

---ถ้าไม่อย่างนั้นก็ไม่มีคำสั่งมาไล่ผู้คนออกจากที่นี่หรอก แถมที่ไม่มีสัตว์อยู่ อาจจะเป็นไปได้ว่ามีตัวอย่างพวกเธออยู่ที่นี่ สัตว์มันมีสัญชาตญาณที่ไวมากๆเลยหนีออกไปหมด---

ผมพูดกับเธอผ่านทางจิต

เธอรู้สึกตกใจมากๆที่ผมรู้จุดอ่อนของเธอแล้ว

“ตะ...แต่ถึงอย่างนั้น คุณก็ไม่สามารถที่จะชนะชั้นได้อยู่ดี เพราะว่าชั้นอ่านความคิดของทุกคนออกหมด”

เธอกล่าวแล้วกำลังจะใช้พลังอีกครั้ง

ผมได้แปลงดาบแห่งปรีชาญาณเป็นดาบแล้วโยนไปด้านหลัง

แล้วผมวิ่งเข้าไปหาหล่อนอย่างจงใจ

ตุบ

“เธอจะใช้พลังเธอต้องใช้สมาธิมากสินะ งั้นถ้าเจอแบบนี้ล่ะจะทำยังไง”

เธอกัดฟันแล้วใช้พลังดันผมออกไป

ปั้ก

หลังของผมติดกำแพง

“ตอนนี้แหล่ะเมย์”

ผมได้กระโจนไปจับหล่อนแล้วให้หล่อนหันหลังให้กับเมย์และ...

ฉึก

เมย์ได้หยิบดาบของผมมาแทงใส่ข้างหลังของหล่อนจนทะลุมาเกือบที่จะโดนผม

ครืนนนนนนนนนนนนน

เมย์และผมถูกหล่อนใช้พลังผลักกระเด็นออกมา แต่ไม่ได้แรงมากนักพอๆกับโดนผลักให้ล้มเบาๆ สงสัยเพราะเธอไม่มีสมาธิในการใช้พลังมากนัก

ตูมมมมมมมมมมมมม

ดาบแห่งปรีชาญาณถูกผมสั่งให้มันกลายเป็นระเบิด

ร่างของหมายเลข3ถูกระเบิดออกมาจนเหลือแค่ครึ่งท่อนบนของเธอเท่านั้น

“สมแล้วที่เป็นหมายเลข1 อะ...อย่าคิดนะว่าชั้นจะเก่งที่สุดน่ะ ยังมีหมายเลข0 ที่ได้รับพลังจากเราทุกคนอยู่นะ อ้อก”

เธอพูดถึงตรงนี้แล้วกระอักเลือดกองใหญ่ออกมาก่อนที่จะสิ้นใจไป

ผมได้เก็บดาบแล้ววิ่งไปดูเมย์ที่กำลังลุกขึ้นยืน

“เด็กเป็นอะไรมั้ย?”

ผมถามเมย์อย่างร้อนรน

“ไม่เป็นไรค่ะ โชคดีที่เมื่อกี้ชั้นเอาแขนรับไปเต็มๆ เด็กเลยน่าจะยังปลอดภัยดีน่ะค่ะ”

ผมโล่งใจที่เธอบอกอย่างนั้น จากนั้นพวกเราได้เดินออกจากเมืองนี้

แล้วจากนั้นผม...

บัลคัสได้ล้มลงไปต่อหน้าของคนรักสาเหตุเพราะเขาเสียเลือดไปมากจากบาดแผลที่คอของเขา

ส่วนหญิงสาวได้พยายามที่จะปลุกชายหนุ่มให้ตื่นขึ้นมาอีกครั้ง แต่ดูท่าความหวังของเธอจะสูญเปล่า...

อีกด้านหนึ่ง

“แกบอกว่าอะไรนะ หมายเลข2กับ3ถูกหมายเลข1ฆ่าตายแล้วงั้นเรอะ เป็นไปได้ยังไง ทั้ง2คนนั้นต่างมีพลังที่หมายเลข1ไม่มีด้วยซ้ำ”

ชายวัย40ได้โกรธอย่างมากเมื่อรู้ว่าสิ่งมีชีวิตทดลองของตนได้ถูกงานวิจัยแรกเริ่มจัดการไปหมดแล้ว

“แล้วตอนนี้ล่ะมันเป็นยังไง? ส่วนลูกสาวไม่รักดีชั้นล่ะ”

พ่อของเมย์ได้รับคำตอบว่าหมายเลข1ตายแล้ว และกำลังส่งกองกำลังไปเก็บกวาดและเอาตัวลูกสาวของเขาออกมาจากที่นั่น

“ฮ่าๆๆ ในที่สุดมันก็ตายจริงๆ ช่างเป็นข่าวดียิ่งนัก ตัวขัดขวางการทดลองได้ตายไปจริงๆแล้ว”

นักวิจัยได้หัวเรอะอย่างมีความสุข

ณ ห้องแห่งหนึ่ง

ผมได้ตื่นขึ้นมาพบว่าตัวเองกำลังนอนอยู่ที่พื้นสีขาวเย็นๆ

รอบๆตัวไม่มีอะไรเลย มีแต่สีขายไปหมด ผมตายอีกแล้วเหรอเนี่ย ไม่น่าใช่ เพราะก่อนหน้านี้มันไม่ใช่แบบนี้นี่นา

“ตายอีกแล้วรึเนี่ยลำดับที่10? ช่างเถอะทุกอย่างมันเป็นสิ่งที่ถูกกำหนดไว้แล้ว ชั้นจึงต้องมาแก้ไขมันต่ออีกที”

ผมได้หันหลังไปพบผมอีกคนหนึ่ง แต่ว่าทั้งการแต่งกาย และทรงผมต่างกับผมมาก และผมไม่เข้าใจที่เค้าพูดเสียเลยราวกับว่าเค้ารู้ว่าผมต้องตายอีกครั้ง

“ชั้นคือลำดับที่6 เป็นตัวคุณในโลกอื่นที่ชนะเกมของพระเจ้าไปแล้ว ชั้นมีหน้าที่ที่จะเปลี่ยนแปลงชะตากรรมของพระเจ้า และตอนนี้ถงึเวลาแล้วที่แกจะต้องกลับไปจัดการจบเรื่องพวกนี้ซักที อ้อใช่ ลำดับที่9ได้ปรับร่างกายของแกเมื่อกี้นี้น่ะ วางใจได้ แกไม่ตายอีกแล้วแน่ๆ และสถานการณ์มันจะเปลี่ยนไปแล้ว กลับไปซะ ไปทำให้เกมบ้าๆนี่มันจบ และสั่งสอนมนุษย์ผู้โง่เขลาเหล่านั้นซะ ว่านอกจากพวกเราแล้ว พวกมันไม่มีทางที่จะเหนือกว่าพระเจ้าได้เป็นอันขาด”

ลำดับที่6กล่าวยาวและผมได้แต่สงสัย แต่รู้สึกได้ถึงร่างกายที่กระชุ่มกระชวยมากกว่าเดิม เหมือนกับว่าผมกลับไปเป็นตอนนั้นที่ไล่ฆ่านักเรียนไปจำนวนมากก้ว่าได้

“ขอบใจมากตัวชั้นในโลกอื่น”

ผมกล่าวก่อนที่จะกลับไปสู่เกมอีกครั้ง...

ฝันร้ายของข้าพเจ้า10

posted on 14 Aug 2011 18:49 by bankacx  in Nightmare

บทที่ 10 ตามล่า

ณ ศูนย์วิทยาศาสตร์ เวลา15.30น.(หลังเกิดเหตุครึ่งชั่วโมง)

ประตูอัตโนมัติเปิดออกพร้อมกับการก้าวไปข้างหน้าของชายหนุ่ม

กรี้ดดดดดดด

เสียงของผู้คนภายในศูนย์แห่งนี้ดังขึ้นพร้อมกับเสียงห่ากระสุนM-16ที่ได้ถูกยิงออกมาใส่ร่างของชีวิตบริสุทธ์เหล่านี้

ผมได้เดินไปตามเส้นทางที่ผมเห็นว่าว่างเปล่าไร้ผู้คนสัญจรไปมา คงเป็นเพราะว่าเบื้องบนได้สั่งการให้ปิดถนนสายนี้เอาไว้แล้ว ผมจึงสามารถเดินถือปืน4กระบอกที่เก็บมาจากทหารได้อย่างนี้ และที่ผมพบก็คือตึกใหญ่สูงประมาณ150ชั้น ที่มีสีขาวและเขียนตัวหนังสือไว้ว่าศูนย์วิทยาศาสตร์

ผมจึงรู้สึกดีใจมากที่จะได้จัดการเรื่องราวเหล่านี้ให้มันจบลงซักที...

“ว.1เรียกว.2 ขณะนี้ทางชั้น2ของเรายากที่จะควบคุมสถานการณ์แล้ว กรุณราส่งคนมาช่วยด่วน อ้ากกกกก.....”

เสียงสัญญาณของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยขาดหายไปพร้อมกับที่ชายหนุ่มเดินต่อไปยังทางที่มองเห็น

ชั้นที่70 ห้องพักของนักวิจัยระดับสูง

ห้องพักสีขาว ที่มีไว้ให้นักวิจัยระดับสูงสามารถที่จะพักผ่อนอยู่ที่นี่ได้เพื่อทำการทดลองต่อในวันรุ่งขึ้น และห้องนี้เต็มไปด้วยอาหารเครื่องดื่มพร้อมสรรพ สามารถที่จะอยู่ทำงานในนี้ได้เป็นเวลาเดือนๆ โดยที่ไม่ต้องกลับไปที่อยู่อาศัย

“พ่อบอกลูกแล้วใช่มั้ย? ว่าพ่อไม่ยอมเด็ดขาดที่ลูกจะไม่ทำแท้งน่ะ”

เสียงของนักวิจัยวัย40กว่าดังขึ้นอย่างโกรธเกรี้ยว เมื่อเขาได้ยินคำตอบเดิมๆจากปากของลูกสาวของเขาว่า จะไม่ยอมเอาเด็กออกเด็ดขาด

“เด็กในท้องนี้เป็นลูกของหนู และของเขาคนนั้น และหนูจะต้องปกป้องเด็กคนนี้ไว้ให้ได้ เพราะหนูเชื่อว่าซักวัน เขาจะต้องตามหาหนูเจอ”

หญิงสาวตอบกลับไปโดยที่ขณะนี้นั้นมีน้ำตากำลังคลอเบ้าของเธออยู่เต็มทีแล้ว

“พ่อไม่มีทางยอมให้ลูกสาวตนเองโดนผู้ชายที่ความจำเสื่อมและอาจจะตายไปแล้วมาเป็นพ่อของเด็กคนนี้เด็ดขาด”

นักวิจัยตอบกลับไปยังลูกสาวด้วยสีหน้าตึงเครียดของเขา นี่มันคือสิ่งที่อยู่นอกเหนือแผนการณ์ของเขาที่ลูกสาวของตนต้องมาเป็นแบบนี้

“หนูไม่ยอมเด็ดขาดค่ะ หนูจะต้องปกป้องลูกของหนูไว้ ต่อให้ต้องแลกด้วยชีวิตของหนูก็ยอม”

ลูกสาวของนักวิจัยตอบกลับไปก่อนที่จะเดินหนีนักวิจัยไป สีหน้าของเธอเปื้อนด้วยน้ำตา และมือของเธอได้กุมท้องของตนเอาไว้

“เดี๋ยวสิเมย์ พ่อยังคุยกับลูกไม่จบนะ”

ณ ชั้นที่25

เลือดสีแดงได้ถูกละเลงห้องนี้ให้โสมม และซากศพของนักวิทยาศาสตร์และเหล่าเจ้าหน้าที่ได้นอนจมกองเลือดนี้อยู่

ผมได้โยนปืนM-16กระบอกสุดท้ายที่เหลืออยู่ลงและเดินดูรอบๆแล้วคิดว่าที่นี่มันเป็นแค่แล็ปทดลองทั่วไป ดูท่าต้องไปอีกหลายๆชั้นหน่อยจึงจะถึงที่ที่มีความจริงของเรื่องนี้ซ่อนอยู่

ผมได้เดินต่อไปยังชั้น26 และผมได้เปิดประตูพบว่าเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยกว่า30คนกำลังตั้งแถวหน้ากระดาน หันปากกระบอกปืนมาทางผมทั้งหมด และมีเสียงคำสั่งว่ายิง กระสุนถูกยิงออกมาใส่ผมอย่างจัง

ปังๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

ร่างกายผมถูกเจาะด้วยกระสุน แต่ผมกลับรอดมาได้อย่างน่าแปลกใจ

โอ้กๆ เคร้งๆ

ผมได้อ้วกเอากระสุนออกมาจำนวนมากอย่างไม่น่าเชื่อและบาดแผลก็หายดี แม้จะยังเจ็บอยู่ก็ตาม

.....

เจ้าหน้าที่ต่างหยุดนิ่งมองดูผม บางคนถึงกับมือสั่นทำปืนตกลงพื้นเสียงดังเคร้ง

ผมได้เรียกมือจำนวนมากออกมาดึงมันไปสู่นรกทั้งหมด

อ้ากกกกกกกกกกกก

จากนั้นผมเดินต่อไปพร้อมกับอาวุธปืนของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่ผมได้บรรจุกระสุนใหม่ไป2กระบอก

ผมเดินขึ้นมาประมาณชั้นที่50พบว่ามีร่องรอยของกระจกด้านนอกแตกทำให้ลมพัดปลิว และชั้นนี้เป็นชั้นว่างเปล่าที่ไม่มีอะไรเลย มีเพียงเศษเชือกที่ติดอยุ่กับกระจกด้านบนที่แตก ผมคิดว่าเจ้าหน้าที่นั้นน่าจะโรยตัวมายังชั้นนี้นั่นเอง

ผมได้เลิกสนใจและเดินต่อไป น่าแปลกมากที่ผมเดินมาขนาดนี้แล้วยังไม่เหนื่อยเลย สงสัยเพราะว่าผมได้รับพลังมาจากนรกนั่นเอง

ผทเดินต่อไปชั้นที่15และเริ่มพบเบาะแสแล้วจากเอกสารที่ถูกวางบนโต้ะ มันถูกเขียนว่าโครงการApocalyps ซึ่งมันเป็นเอกสารเชิงคำสั่งให้ศูนย์วิทยาศาสตร์นี้ทำการวิจัยยาชนิดหนึ่งและ ทดลองฉีดให้แก่อัจฉริยะที่ไม่น่าจะมีสภาพจิตที่ดี และคนคนนั้นก็คือผม ที่ถูกฉีดสารบางอย่างเข้าตัวก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์นั้นประมาณ3วัน เพราะวันนั้นเป็นวันฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ และสภาพจิตที่ไม่ดีน่าจะหมายถึงการที่ผมชอบถูกคนอื่นแกล้งบ่อยๆทำให้บางทีรู้สึกเครียดมากๆ

อั้ก

พรวด

ผมสำลักเลือดกองใหญ่ออกมา

เลือดนั้นมันมีกลุ่มก้อนเนื้อสีดำปนอยู่ด้วยแม้ว่าขนาดมันจะไม่ใหญ่มากแต่มันก็ทำให้ผมคิดได้ว่ามันคืออะไร

---หัวใจของซาตาน---

และจากนั้นมีเปลวเพลิงสีดำปรากฏอยู่เบื้องหน้าผม เปลวเพลิงนั้นไม่เคยมีในโลกนี้ เพราะว่ามันมีสีดำไม่มีสีแดงหรือส้มเลย เป็นสีดำมืดและมีวงข้างในเป็นสีม่วงเข้ม

มีใครบางคนกำลังก้าวออกมาจากเพลิงนั้น

---สวัสดี ‘Nightmares Gottes.’หรืออีกชื่อหนึ่งคือ ‘นิมิตร้ายของพระผู้เป็นเจ้า’---

มีปีศาจออกมาจากเพลิงนั้นและเข้ามาทักทายผม ร่างกายของมันเป็นมนุษย์ หากแต่มีปีกสีดำที่สยายใหญ่ แทบจะปิดห้องนี้ไว้จนมิด ตรงกลางหน้าผากของมันมีไม้กางเขนกลับด้านสลักไว้อยู่

---ขอโทษที่ลืมแนะนำตัว ข้าพเจ้านามว่า ‘lucifer’ 1ในมหาบาปทั้ง7 ‘Pride’---

ผมได้มองดูมันอย่างเงียบๆและเริ่มสงสัยว่ามันมาทำไมหรือว่ามาตามล่าผมต่อ

---ที่ข้าพเจ้ามาวันนี้เพื่อที่จะนำพลังส่วนหนึ่งของซาตานกลับคืนไป เพราะว่าสิ่งนี้มันทำให้สมดุลของนรกและสวรรค์พังทลายได้ ในการที่นรกนั้นมีคนบางคนที่ไม่สมควรตกอยู่ในนรกเป็นเรื่องที่ผิดมาก เพราะคนเหล่านั้นบางคนได้ทำดีมาตลอดแต่กลับตกนรกอเวจี แต่ไม่สามารถที่จะแก้ไขได้แล้ว ข้าพเจ้าจึงต้องขอเอาพลังนี้ที่ท่านแย่งชิงไปคืน และพลังนั้นท่านได้เอาออกมาแล้วข้าพเจ้าคงต้องขอตัว---

พูดจบมันก็จากไปพร้อมกับกองเลือดที่ผมสำลักออกมา แล้วห้องก็กลับมาเป็นเหมือนเดิมราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น

ผมพยายามเรียกมือเหล่านั้นออกมาหลายครั้งแต่ก็ไม่เป็นผม ผมจึงเอาดาบแห่งปรีชาญาณออกมา

ผมได้ให้มันกลายเป็นปืนที่ยิงรัวได้แบบปืนกลหนัก และมีความแรงแบบปืนไรเฟิลพร้อมทั้งรูปร่างที่แข็งแรง ทนทาน

แกร็ก

ผมได้ปลดเซฟตี้มันออกพร้อมที่จะยิงทุกคนที่ขวางทางผมแล้ว...

ปังๆๆ

เสียงกระสุนดังแว่วๆในชั้นนี้ เมย์ใช้เวลากว่า30นาทีในการเช็ดน้ำตาที่ไหลออกมาไม่หยุดหลังจากที่เธอทะเลาะกับพ่อเรื่องการเอาเด็กออก แม้ว่าตอนนี้พ่อของเธอจะได้ไปทำการทดลองต่อแล้ว แต่ว่าเธอก็ยังไม่อาจที่จะหนีไปจากห้องนี้ได้อยู่ดี เพราะว่าตลอด24ชั่วโมงนั้นจะมีทหารระดับสูงมาเฝ้ายามหน้าประตูของห้องนี้ และทหารเหล่านั้นล้วนแล้วแต่เป็นอาวุธทดลองที่พ่อของเธอคิดขึ้น เพราะว่าเธอได้แอบดูเอกสารการทดลองและบทสนทนาของพ่อเธอที่เกี่ยวกับทหารเหล่านี้

---ตอนนี้ชั้นควรที่จะทำอย่างไรดี?---

เธอคิดในใจพลางเอามือกุมท้องของเธอ

ชั้นที่66

ผมได้ใช้ปืนไล่ยิงเหบ่าผู้คนที่ขวางอยู่ตรงหน้าอย่างบ้าคลั่ง ใจจริงผมอยากที่จะให้มันกลายเป็นอาวุธอื่นที่ฆ่าคนได้ทั้งตึกนี้ แต่ผมก็จะไม่สามารถล้างมลทินหรือช่วยเหลือเมยืได้เลย ผมคงได้แต่ไล่ล่าพวกมันจนกว่าผมจะพบตัวเมย์และหนีออกจากที่นี่พร้อมกับจัดการพวกมันทีเดียวให้หมด

เบื้องหน้าผมหลังๆนี้ไม่ใช่ทหารทั่วไปอีกแล้ว แต่เป็นสัตว์ประหลาดที่มีรูปร่างเป็นทหาร พวกมันมีปากที่กว้าง และเคลื่อนที่ได้ไวมากๆ

การสู้กับสิ่งนี้ทำให้ผมนึกถึงนรกที่ผมเพิ่งจากมา พวกมันไม่ได้ครึ่งของพวกนั้นเลยเสียด้วยซ้ำ

ปังๆๆ

ผมจัดการตัวสุดท้ายแล้วก้าวไปสู่ชั้น69

เพี้ยะ

ขณะที่ผมกำลังก้าวเข้าประตู ผมได้โดนระยางยาวๆคล้ายกับแส้ฟาดใส่มือจนผมทำปืนร่วงลง

แกรกๆๆ

เสียงปืนตกและพอผมจะก้มเก็บนั้นเอง...

มีสัตว์ประหลาดมาพุ่งใส่ตัวผม

ปั้ก

ผมกระแทกกับกำแพงอย่างจัง ทำเอาเจ็บไปทั้งตัวเลยทีเดียว

โฮกกกกกกกกกกกกกกกก

มันคำรามออกมาแล้วจับกดผมกับพื้น ผมเห็นสัตว์ประหลาดที่มีมือเป็นระยางแดงยาวๆทั้ง2ข้าง และมีปากที่แยกออกเป็น4แฉกได้ มีหัวที่ล้านมัน ทั้งตัวเป็นสีแดงอมขาว มีดวงตาสีเหลืองและมีขาที่มีเพียง3เล็บยาวๆแบบค้างคาว

ผมพยายามที่จะหยิบปืนแต่ปืนก็โดนมันปัดออกไปอีก

เพี้ยะๆๆๆๆๆๆๆ

มันใช้มือทั้ง2ข้างของมันตีหลังผมรัวๆ แม้แผลผมจะหาย แต่หลังผมก็ชาหนึบ เจ็บระบบไปทั่ว

กร็อบ

ผมได้ต่อยขาของมันจนดังกร็อบและรีบคว้าปืนขึ้นมา

ปัง!

เข้าที่หน้าผากของมันอย่างจัง และมันล้มลงกับพื้น

แฮ่กๆ

ผมรู้สึกเหนื่อยมากเพราะไม่ได้คิดว่าจะมีตัวแบบนี้อยู่ในตึกด้วย

จากการต่อสู้เมื่อกี้ทำให้ผมต้องเปลี่ยนปืนเป็นดาบที่มีด้ามดาบรัดกับของมือของผมเอาไว้ จะได้ไม่ต้องกังวลเรื่องที่อาวุธจะหลุดจากมืออีก

แอ้ด...

ผมได้เปิดเข้าไปในห้องของชั้นที่70หลังจากที่ผมเพิ่งจะฆ่าตัวแบบเมื่อกี้ที่เฝ้าหน้าประตูทางเข้าไป10กว่าตัว

ผมได้พบกับคนที่ผมตามหามานาน

---เมย์---

ผมได้เก็บดาบแล้ววิ่งเข้าไปกอดเมย์

“ชั้นนึกว่าเธอจากจากชั้นไปแล้วจริงๆ เธอหายไปไหนมาตั้งนาน”

เมย์กล่าว แต่ผมคงบอกเรื่องทั้งหมดไม่ได้แน่ ผมจึงบอกเธอไปสั้นๆว่า

“ตายแล้วโดนนรกส่งกลับมาน่ะ”

แม้เมย์จะไม่เข้าใจแต่เธอก็กอดผมและน้ำตาของเธอได้ไหลสู่ด้านหลังของผม

ผมได้เลิกกอดแล้วจับแขนทั้ง2ข้างของเธอเพื่อที่จะดูหน้าเธอ จากนั้นผมได้ใช้มือปาดน้ำตาของเธอออกแล้วจูบปากของเธอ

ช่างเป็นจูบที่หายไปนานจริงๆ

หลังจากที่เลิกจูบแล้วผมเห็นสีหน้าของเมย์ดีขึ้นมากและเมย์ก็ได้บอกเรื่องที่ไม่น่าเชื่อกับผมว่า

“ลูกของเราต้องดีใจแน่ๆที่เค้ารุ้ว่าพ่อของเขาได้กลับมาแล้ว”

ผมสงสัยเรื่องลูกที่เมย์บอก...

“ลูกเหรอ? ไหนล่ะ?”

ผมถามไปอย่างอ้ำอึ้ง

แล้วเมย์ก็ชี้ให้ดูที่ท้องและเธอก็ลูบท้องของเธอ

ผมรู้สึกว่าท้องของเธอป่องขึ้นจริงๆทั้งๆที่เธอไม่น่าจะอ้วนด้วยซ้ำแต่กลับตรงข้าม เพราะผมรู้สึกว่าเธอจะซูบผอมลงมากทีเดียว

“เกิดอะไรขึ้นระหว่างที่ชั้นไม่อยู่”

ผมได้ถามเมย์

ซักพักเธอเล่าออกมาว่า...

“ในตอนนั้นคนที่มาบุกรุกที่บ้านก็คือคนของพ่อชั้นเอง และหลังจากที่พวกเค้าทำให้ที่บ้านนั้นเป็นอุบัติเหตุไปแล้ว ชั้นก็ถูกนำตัวมากักขังไว้ที่นี่ พวกนั้นไม่พบศพของเธอเลยเดาว่าเธอยังไม่ตายทั้งๆที่เธอน่าจะตายไปแล้ว ส่วนชั้นนับวันเริ่มที่จะมีการอาเจียนและผลออกมาว่าชั้นท้องและพ่อของเด็กก็คือเธออย่างที่ไม่ต้องสงสัย เพราะว่ามันเกิดหลังจากค่ำคืนที่เราต่างทำบาปนั้นกัน ชั้นนึกๆดูก็หลายวันอยู่ที่เราต่างทำแบบนั้นกัน”

ผมก็ได้ลองคิดๆดูว่าจริงอย่างที่เธอบอก เพราะว่าหลังจากคืนนั้นเราก็เสพย์สุขกันมาโดยตลอด คงเพราะเหตุนี้เองที่ทำให้มหาบาปทั้ง7บาปแห่งราคะจึงมาลงโทษผม

หลังจากนั้นผมได้ถามเธอต่อและพบว่า

“พ่อของชั้นพยายามที่จะให้ชั้นเอาเด็กออก เพราะเค้าไม่ต้องการให้หลานของเขาทีสายเลือดของฆาตรกรและที่สำคัญ เป็นสายเลือดของคนที่เขานำมาทดลอง”

ผมรู้สึกโกรธมากๆในตอนนี้ เพราะมันทำให้ผมเป็นฆาตรกรต้องฆ่าเพื่อนของตนเองและมันยังจะบังคับให้เมย์เอาลูกของผมออกอีก คนคนนี้ต่อให้มันเป็นพ่อของเมย์ ผมก็ไม่มีทางให้อภัยมันเด็ดขาด

“เมย์แล้วแม่ของเธอไม่ห้ามมันเหรอ”

ผมได้ถามเมย์เรื่องแม่ของเธอ แต่เธอได้สะอื้นร้องไห้ออกมาอีกครั้ง

“แม่น่ะ...ฮือๆ แม่ไม่อยากให้พ่อเอาเด็กออกแม่เลยใช้ชีวิตเข้าแลกไปไม่กี่วันนี้เอง ฮือๆๆๆ”

!!!

แม่ของเมย์ได้ตายไปไม่กี่วันก่อน เพราะคัดค้านการเอาเด็กออก ทำไมผมถึงกลับมาช้าอย่างนี้ หากผมกลับมาเร็วกว่านี้ซักวัน2วันล่ะก็ ไม่มีทางที่จะเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นแน่ๆ

“งั้นตอนนี้พ่อของเธออยู่ไหนล่ะ”

ผมถามและอยากที่จะฆ่ามันเต็มทนแล้ว

“มะ...ไม่ได้นะ พ่อมีอำนาจมาก สั่งการได้แม้แต่นายกจริงๆนะในตอนนี้ แถมทหารของพ่อนั้นเป็นอาวุธทดลองจำนวนมากอีกด้วย ชั้นว่าเราหนีไปก่อนดีกว่า อย่าไปยุ่งกับเค้าเลย”

ผมได้ลูบหัวเมย์และบอกว่า

“ต่อให้ศัตรูของชั้นเป็นคนทั้งโลกหรือแม้แต่เหล่าเทพเจ้าและปีศาจจากนรกและสวรรค์ชั้นก็จะฆ่ามันให้หมด และ...”

ผมได้กล่าวออกไปอย่างหนักแน่น แต่ถ้ามีเมย์ล่ะก็ท่าจะลำบากจริงๆและผมได้พูดต่อว่า

“...ต่อให้ตายชั้นก็จะต้องปกป้องเธอให้ได้”

เมื่อผมกล่าวดังนั้นแล้วผมจังเรียกดาบแห่งปรีชาญาณออกมา และจินตนาการให้มันกลายเป็นอาวุธทำลายล้างสูง ขอเพียงแค่ผมจินตนาการรายละเอียดได้เท่านั้นก็พอแล้ว

วิ้ง

มันกลายเป็นระเบิดปรมาณูลูกโตที่มีสวิสต์ให้กดปุ่มให้มันทำงานผมจึงกดปุ่มนับถอยหลัง10วินาที

ติ้ดๆๆ

มันเริ่มนับถอยหลังและผมได้อุ้มเมย์และ กระโดดถีบหน้าต่างออกไป

ด้วยความสูงขนาดนี้หากคนทั่วไปตกลงไปได้ตายแน่ ขณะที่คิดอยู่นั้นเอง

ตูมมมมมมมมมม

ระเบิดที่ตั้งไว้ได้ทำงานและทำลายตึกแห่งนี้จนหมดสภาพ เพลิงไหม้ขนาดใหญ่ลุกลามไปทั่ว เสียงรถหวอได้ดังกังวาน และผู้คนได้ออกมาดูเหตุการณ์นั้น

ผมได้โดนแรงระเบิดผลักให้ออกมาไกลและลงที่ดาดฟ้าของตึกร้างแห่งหนึ่ง ส่วนดาบแห่งปรีชาญาณได้กระเด็นมาหาผมพอดี อาวุธนี้สะดวกจริงๆ

หลังจากนั้นผมได้ให้เมย์อยู่ในห้องร้างของตึกนั้น ส่วนผมได้ลงมาหาของกินและดูสถานการณ์ในตอนนี้

---รัฐบาลขอประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน เพราะขณะนี้มีผู้ไม่หวังดีได้ทำการก่อการร้ายระดับสูงสุดของชาติ จึงขอให้ประชาชนทุกคน เตรียมตัวที่จะอพยพหนีออกไปจากNeo-Bangkokและจังหวัดใกล้เคียง ไม่เช่นนั้นอาจจะเกิดอัตรายต่อท่านได้---

จบเสียงประกาศ ผู้คนต่างพากันแตกตื่นและเตรียมที่จะเก็บของกัน

ทหารได้ช่วยประชาชนละแวกนั้นเก็บของ ส่วนผมต้องหลบอยู่ในมุมมืดของตึกนับชั่วโมง จนตอนนี้เวลาประมาณ3ทุ่มแล้ว

ผมได้ออกมาและพบว่าเมืองนี้กลายเป็นเมืองร้างไปแล้วแน่ๆ เพราะไม่มีแม้แต่หมาซักตัว

ผมเริ่มเป็นห่วงเมย์ ผมจึงรีบใช้ดาบทำลายประตูร้านขายของแล้วเอาอาหารและเครื่องดื่มออกมา

และผมได้กลับไปหาเมย์ที่ตึกร้างนั้นอีกครั้ง

โชคดีที่เมย์ยังปลอดภัยดี หลังจากที่กินกันเสร็จแล้ว ผมได้เล่าเหตุการณ์ข้างนอกให้เมย์ฟัง

“ถึงว่า ทำไมชั้นถึงได้ยินเสียงคนเอะอะโวยวายตั้งนาน”

เธอกล่าวและเธอได้แสดงอาการแพ้ท้องออกมา

ไม่นานมันก็หยุดลงกลับมาเป็นเหมือนเดิม ผมจึงลองถามต่อว่า

“เธอว่าพ่อของเธอน่าจะตายไปเพราะระเบิดเมื่อกี้มั้ย?”

เมย์เริ่มช็อกแต่ก็ตอบกลับมาว่า

“คนแบบนั้นตายยาก แถมชั้นว่าเค้าคงต้องไปที่ไหนก่อนที่จะโดน”

การที่รัฐบาลประกาศอย่างนี้แสดงว่าต้องมีเหตุการณ์ใหญ่ๆเกิดขึ้นแน่ ไม่แน่แผนการณ์ที่พวกมันต้องการอาจจะมาถึงเวลาแล้วก็ได้

ผมคิดอย่างนั้น แต่ก็คงต้องนอนพักผ่อนเอาแรงไว้สำหรับพรุ่งนี้ก่อนเสียแล้ว

นั่นทำให้ผมและเมย์ได้หลับด้วยกันอีกครั้งหลังจากห่างเหินไปนาน ในตึกร้างแห่งหนึ่ง...

ฝันร้ายของข้าพเจ้า9

posted on 18 Mar 2011 22:56 by bankacx  in Nightmare

ตอนที่9 ความจริงที่ถูกเปิดเผย

  หลังจากที่ผมกลับมายังโลกใบนี้ ผมก็สามารถที่จะจำเรื่องราวเหตุการณ์ต่างๆก่อนหน้านี้ ทั้งเรื่องที่ผมเคยฆ่านักเรียนทั้งรร.เรื่องที่ผมเคยถูกกลั่นแกล้ง และเรื่องที่มีคนอยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ต่างๆนี้ ผมสามารถที่จะจดจำได้อย่างดี

ผมได้เปิดตู้เซฟและพบว่าเงินของตนยังอยู่ครบแต่ผมได้ยินเสียงของประตูบ้านที่ไม่น่าจะมีคนเปิดได้นอกจากพ่อแม่ของผมเปิดออกมา

มันเป็นญาติที่น่ารังเกียจ5 ของพ่อผมที่ชอบขอเงินจากพ่อของผม และพวกมันกำลังยิ้มหัวเราะกันอยุ่ ดูท่าพวกมันจะเข้ามาเอาทรัพย์สินของพ่อแม่ผมตามที่มีในพินัยกรรมว่าหากพ่อแม่และผมได้ตายไปแล้วล่ะก็ ทรัพย์สินต่างๆจะตกเป็นของพวกมันนั่นเอง

ผมได้แอบหลบอยู่ตรงบันไดชั้น2เพื่อฟังพวกมันคุยกัน

“ฮ่าฮ่าฮ่า ไม่น่าเชื่อเลยนะว่าลูกของพี่จะตายไปในโรงเรียนนั้นด้วยน่ะ ต้องขอบคุณเจ้าฆาตรกรนั่นจริงๆเพราะไม่งั้นพวกเราต้องปวดหัวกับการที่ต้องกำจัดมันต่อหลังจากทำให้เครื่องบินที่พี่และพี่สะใภ้ตกนั้นเป็นอุบัติเหตุไปด้วย”

เสียงของอาที่น่ารังเกียจของผมกำลังเผยว่าพวกมันเป็นคนวางแผนให้เครื่องบินพ่อกับแม่ของผมตก ทำให้พวกท่านเสียชีวิตไป ที่ผมทราบเรื่องนี้เพราะว่าก่อนหน้านี้ตอนที่ผมอยู่บ้านเมย์นั้นผมได้ดูข่าวฆาตรกรซึ่งคือผมเองและข่าวว่าพ่อแม่ของผมนั้นอยู่ในรายชื่อของผู้ตายเพราะสาเหตุเครื่องบินตกด้วย

ดีจริงๆที่ผมได้กลับมาที่นี่ เพราะผมจะเอาตัวพวกมันไปนรกเดี๋ยวนี้เอง...

ผมได้เดินลงมาอย่างช้าๆให้พวกมันรู้สึกตัวและเห็นหน้าของผมอย่างชัดๆ

“เมื่อกี้แกว่าขอบคุณฆาตรกรที่ฆ่าชั้นสินะ ไอ้พวกผู้ใหญ่น่ารังเกียจทั้งหลาย”

ผมยิ้มและถามพวกมัน สีหน้าของแต่ละคนดูไม่ได้เลยจริงๆ คงแปลกใจว่าทำไมผมถึงยังไม่ตายแน่ๆ

ผมได้เดินเข้าไปหาอาของผมแล้วกางกรงเล็บกระชากไส้ของเขาออกมายื่นให้พวกมันดู

ยังไม่ทันที่พวกมันจะกรีดร้องพวกมันก็ได้กลายเป็นแค่เศษเนื้อไปเสียแล้ว...

ผมรู้สึกพึงพอใจมากที่ได้ฆ่าพวกนี้ซักที และผมคนก่อนได้ตายไปพร้อมกับความทรงจำเลวร้ายที่ได้กลับมาอีกครั้งนี้ และผมคือคนใหม่ที่กลับมาจากนรกพร้อมกับความแค้นที่จะเอามาเป็นของฝากให้กับพวกมันทุกคน

ยามตะวันลับขอบฟ้า เงาทมิฬเคลื่อนกายอย่างเชื่องช้า ผู้คนต่างเดินขวักไขว่ไปมาอย่างเร่งรีบ คงเพราะใกล้จะถึงงานเทศกาลงานใดงานหนึ่งแล้วกระมัง

ขณะที่ผมเดินอยู่บนฟุตบาทของท้องถนนนั้นเอง ผมเห็นถนน4แยกที่เต็มไปด้วยผู้คนมากมาย รอบๆตัวพบแต่ห้างหรูหรา ทีวีจอใหญ่ที่รายงานข่าวรอบวัน ผู้คนต่างใช้ชีวิตกันไปตามยถากรรม

ผมดูเวลาแล้วจึงคิดคำนวนว่านี่มัน2เดือนกว่าๆแล้วหลังจากที่ผมได้ถูกฆ่าตายและเมย์ได้หายตัวไปพร้อมกับกลุ่มคนลึบลับที่อยู่เบื้องหลังโศกนาฎกรรมนี้

รวมเวลาทั้งหมดตั้งแต่วันนั้นก็ผ่านมาได้8เดือนกว่าแล้ว และอีกไม่นานนี้ที่มันจะจบลง

ตูมมมมม

เสียงวัตถุขนาดใหญ่ตกลงมากลางถนนสี่แยกนี้ พร้อมกับสิ่งมีชีวิตที่มิอาจระบุสายพันธ์ไล่จู่โจมชาวเมืองอย่างโหดร้ายป่าเถื่อน

มันมีลักษณะคล้ายสัตว์สี่เท้า ทั้งตัวเป็นเกล็ดสีเขียวซีดเงามัน มีปากคล้ายสิงโตและมีดวงตาใหญ่ๆ1ดวงบนหน้าของมัน มันมีหางคล้ายงู สัตว์ที่มีลักษณะคล้ายสิ่งนี้ก็น่าจะเป็นคิเมร่ากระมัง

เลือดสีแดงฉานย้อมถนนสี่แยกนี้ ผู้คนจำนวนมากวิ่งหนีด้วยความตื่นกลัว เด็กหนุ่มลองวิ่งตามผู้คนเหล่านั้นไปดู และสิ่งที่เขาพบคือด่านของทหารที่ตั้งปิดทางออกของพื้นที่แห่งนี้เอาไว้ไม่ไกลจากที่นี้2กิโลเมตร

เหล่าทหารถืออาวุธครบมือหันหลังให้กับกรงกั้นไม่ให้คนข้างนอกออกมาจากที่แห่งนี้ได้ ผู้คนต่างร้องขอให้ปล่อยออกไป ปัง! กระสุนนัดแรกดังขึ้นฟ้าพร้อมกับผู้คนที่ตกใจจนก้มหมอบลงกับพื้นคอนกรีทที่เย็นเฉียบ

ชายหนุ่มที่กลับมาจากนรกต่างมองดูเหตุการณ์อยู่ห่างๆ และเขาได้คิดขึ้นได้ว่าเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นกับตัวเขานั้นมันเกี่ยวข้องกับทหารมาตลอด เช่นนั้นแล้วเหตุการณ์นี้ก็เช่นเดียวกัน...

“คงถึงเวลาออกกำลังกายหลังจากกลับมาโลกนี้แล้วสินะ หึหึ...หึ”

ผมหัวร่อก่อนที่จะเดินเข้าไปหาเหล่าทหารที่กำลังยับยั้งประชาชนที่ตื่นกลัวอยู่1ใน4ทางแยกนี้

“อะ...อ้าก นี่มันอะไรกัน ตามที่รายงานมันไม่มีอะไรแบบนี้นี่ ช่วยด้วย...”

เสียงของเหล่าทหารที่กำลังโวยวายเพราะมีมือจำนวนมากโผล่ออกมาจากใต้ผืนดินค่อยๆดึงพวกเขาลงไปยังก้นบึ้งของนรก ก็เพราะมันเป็นฝีมือของผมเองนี่นะ เพราะพลังของผมนั้นได้มาจากซาตาน การที่จะส่งใครไปลงนรกก็ไม่ใช่เรื่องยากเกินไป แต่ถ้ามันเป็นคนที่ทำให้ผมแค้นแล้วล่ะก็ ผมคงไม่ใช้พลังนี้แน่ เพราะผมจะส่งมันลงไปยังนรกอย่างทรมานเอง

ตึงๆ แกร้ก

เสียงของลูกกรงที่ถูกพลังของประชาชนพังลง ผู้คนเหล่านั้นต่างวิ่งหนีต่อไปรวมถึงคนอีก3แยกที่เหลือนี้ด้วย ผิดกับผมที่กำลังเดินไปหาเหล่าทหารและสัตว์ประหลาดอยู่

อ้ากกกก ปังๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

เสียงห่ากระสุนและการหนีตายของทหารหาญ ได้เริ่มต้นขึ้นพร้อมกับสัตว์กระหายเลือด ที่ไล่กินเหล่าผู้คนอย่างอดอยาก และผมที่ได้ค่อยๆเดินดูทหารเหล่านั้นอย่างสนุกสนาน เหมือนกับว่ากำลังดูหนัง3มิติเรื่องหนึ่งเลยทีเดียว

ทหารบางคนที่ได้หนีออกไปนั้น ผมได้ใช้พลังในการลากมันลงสู้นรกไป เพราะผมไม่ยอมให้คนที่เห็นชีวิตประชาชนที่ต้องปกป้องมาเป็นอาหารของสัตว์ประหลาดอย่างพวกทหารรอดตายไม่ได้เป็นอันขาด

ไม่มีใครเหลืออีกแล้วนอกจากผม จากสี่แยกที่เคยคึกคักนี้ได้กลายเป็นสี่แพร่งไปแล้ว

สัตว์ประหลาดหันมาทางผมแล้วเข้าจู่โจม

ผมหลบและควักกรงเล็บมาข่วนท้องของมันเล่น เลือดสีแดงไหลพรากออกมาจากท้องของมัน

โฮกกกกกกกกกกก

มันร้องออกมาก่อนที่ผมจะให้มือปีศาจโผล่ออกมาจากพื้นดินลากมันไปนรกด้วย

---คราวนี้แหล่ะนรกได้สนุกกับสัตว์ประหลาดนี้แน่---

ผมคิดแล้วก็เดินไปหยืบปืนM-16ที่พวกทหารทำตกไว้มา4กระบอกแล้วก็เดินไปหยิบวิทยุของทหารที่ตกอยู่ที่พื้นขึ้นมา

ซ่าๆๆๆๆ ศูนย์บัญชาการเรียกกองร้อย สัตว์ทดลองเป็นยังไงบ้าง ทราบแล้วเปลี่ยน

มีเสียงออกมาจากวิทยุเครื่องนี้ ผมจึงลองตอบกลับไป

“กองร้อยเรียกศูนย์ ขณะนี้สัตว์ทดลองกำลังอาละวาด แต่เราควบคุมสถานการณ์ไว้แล้ว แต่เราเจอปัญหาอยู่อย่างนึง จึงอยากจะขอปรึกษากับคนสร้างสัตว์ประหลาดนี้ ทราบแล้วเปลี่ยน”

หลังจากที่ผมตอบจบมันก็ตอบกลับมาว่า

“ทราบแล้ว ตอนนี้เรากำลังต่อสายไปให้ท่านรัฐมนตรีกระทรวงวิทยาศาสตร์ ทราบแล้วเปลี่ยน”

มันตอบกลับมาและนั่นทำให้ผมรู้แล้วว่าใครคือกลุ่มที่อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์นี้ลองเป็นฝ่ายวิทยาศาสตร์ด้วยแล้วล่ะก็ ต้องมีพวกระดับสูงๆมีเอี่ยวด้วยเต็มๆแน่

 “ทราบแล้วเปลี่ยนๆ ชั้นมาแล้ว มีข้อสงสัยอะไรอีกว่ามา ก่อนที่สัตว์ตัวนั้นมันจะคลุ้มคลั่งไปมากกว่านี้”

เขาตอบมา

“อยากทราบอยู่พอดีว่ามันคลุ้มคลั่งแล้วให้ทำยังไงดี เพราะว่าตอนนี้เจ้าหน้าที่ได้บาดเจ็บล้มตายไปมากแล้ว ผมขอใช้อาวุธในการฆ่ามันครับ”

ยังไม่ทันที่ผมจะพูดหมดก็มีเสียงตอบมาทันทีว่า

“อย่าทำอย่างนั้น จำไม่ได้รึไงว่าให้ใช้กระสุนยาสลบแล้วส่งตัวกลับศูนย์วิทยาศาสตร์น่ะ รีบยิงยาสลบเร็ว แล้วเขียนรายงานเรื่องนี้มาด้วย”

หลังจากที่ทางนั้นพูดจบ มันก็วางสายไปทันที

---ศูนย์วิทยาศาสตร์รึ? ได้เดี๋ยวจะไปจัดการเดี๋ยวนี้แหล่ะ---

ผมคิดก่อนที่จะเดินทางไปยังศูนย์วิทยาศาสตร์ เพราะตอนนี้ผมพอจะทราบแล้วว่าใครมั่งที่มีเอี่ยวในเรื่องบ้าๆพวกนี้และเมย์จะต้องถูกควบคุมตัวอยู่ที่ไหนซักแห่งแน่...

ฝันร้ายของข้าพเจ้า8

posted on 08 Mar 2011 15:11 by bankacx  in Nightmare
ตอนที่8 สู่นรกอเวจี
ผมได้ตื่นขึ้นมาอีกครั้ง และพบว่าตนเองนอนอยู่บนพื้นดินสีเทาหม่นๆ ที่นี่ไม่มีแสงแดดส่องถึงเลย แต่ก็สามารถมองเห็นได้ชัดเจน มองไปทางไหนก็มีแต่ภูเขา แม่น้ำ ลำธาร หนองบึง ที่แต่ละแห่งนั้นเป็นที่ที่มีแต่ซากศพของผู้คนและมีกลิ่นเหม็นอบอวลมากเต็มไปหมด และต้นไม้ที่นี่เหี่ยวเฉา ไม่มีสิ่งใดเลยที่จะเจริญหูเจริญตาและไม่มีใครรู้ว่ามันจะสิ้นสุดลงที่ไหนกัน
ผมได้ดูที่ท้องตนเองพบว่าไม่มีรอยแผลที่โดนไอ้สัตว์ประหลาดนั่นแทงอีกแล้ว นี่คงจะเป็นฝันของผมเองแน่ๆ
ผมได้เดินไปเรื่อยๆเพื่อหาทางออกจากที่แห่งนี้ รอบทางแทบจะเป็นที่เดิมๆ ไม่มีพบสิ่งใดเพิ่มอีกเลย
ผมได้เดินมาจนสุดของที่แห่งนี้แล้ว ผมเหนื่อยมากจริงๆกับการจัดการคนเหล่านั้นอีกครั้งและที่สำคัญฆ่าคนง่ายกว่าปล่อยให้มันหายใจจริงๆ
เบื้องหน้าผมเป็นประตูเหล็กขึ้นสนิมบานใหญ่ที่อยู่ติดกับภูเขา มันเขียนว่า ---นรกอเวจีขุมที่ลึกที่สุดสำหรับคนที่บาปหนา,อกตัญญู,ทำร้ายพระพุทธองค์และดูหมิ่นพระเจ้า---
ผมได้หยุดดูและพยายามประมวลผลเรื่องราวตั้งแต่ที่โดนแทงยันมาถึงที่นี่ ว่าที่นี่อาจจะเป็นนรกจริงๆก็ได้ งั้นคงมีแต่ต้องก้าวเดินต่อไปให้ถึงสุดขอบนรกเพื่อหาทางออกไปจากที่นี่ให้ได้
แอ้ด
ประตูเหล็กบานใหญ่เปิดออกทั้งที่ผมยังไม่ได้ขยับตัวเลย
ครืดๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
โซ่เหล็กหลายเส้นได้เข้ามารัดแขนขาผมให้กางออกแบบเดียวกับตรึงกางเขน และสิ่งที่ผมเห็นตรงหน้าของประตูที่เปิดออกคือความทรงจำตั้งแต่ของผมตั้งแต่ที่โดนพวกนั้นกลั่นแกล้งจนสุดท้ายที่ผมได้ถูกไอ้สัตว์ประหลาดนั่นฆ่าตายโดยที่ผมกำลังกำไม้กางเขนที่ซื้อให้เมย์เอาไว้อยู่...
“ฆ่าคนเพราะถูกกลั่นแกล้ง ไม่มีใครดีกับแกเลย ช่างน่าเห็นใจยิ่งนักหากแต่แกนั้นได้เข่นฆ่ามนุษย์ที่พระเจ้าสร้างและทำให้ความอิจฉา ริษยา และความเลวร้ายต่างๆของมนุษย์ที่ข้าประทานให้ต้องดับสูญไป แต่แกก็ได้ทำให้ข้าพอใจกับการหลงในกิเลส ตัณหา ราคะของแกมาก ข้าจึงสนองให้แกด้วยการให้แกจัดการกับพวกนั้นอีกครั้งแล้ว และตอนนี้ก็ถึงเวลาที่แกรับผลกรรมที่แกก่อเอาไว้แล้ว”
ชายหนุ่มคนหนึ่ง สวมมงกุฏสีดำขุ่นไว้ที่หัว มือขวาถือแก้วไวน์ที่บรรจุน้ำสีแดงสดราวกับเลือด มืออีกข้างกำลังกำโซ่ที่รัดผมอยู่เอาไว้ ผมแทบจะรู้ในทันทีว่าเขาคือซาตาน เพราะสิ่งต่างๆที่เขาพูดถึงไม่ว่าจะเป็นบาปของมนุษย์นั้นซาตานเป็นคนสร้างทั้งสิ้น และบ่อยครั้งที่ผมได้ยินว่านรกนั้นเป็นที่ลงโทษผู้กระทำผิดและจะถูกอสูร ปีศาจ และมาร ของนรกลงโทษ แต่ไม่มีใครเคยบอกเลยว่าซาตานก็ลงโทษมนุษย์ด้วยเช่นกัน สงสัยไม่มีใครที่โดนซาตานลงโทษแล้วได้กลับมาเล่าให้ฟังกระมัง
“แกซาตานสินะ งั้นชั้นขอถามแกหน่อย ว่าแกเห็นพวกนั้นทำอะไรชั้นมั่ง? และพวกมันสมควรรับผลกรรมอย่างไร?”
ซาตานได้นิ่งเงียบก่อนที่จะตอบออกมาว่า
“ชั้นเห็นมนุษย์เหล่านั้นกำลังรังแกลูกแกะของพระผู้เป็นเจ้าอย่างแกอยู่ มันเป็นเพราะบาปของมนุษย์ที่ก่อเอาไว้ และมนุษย์เหล่านั้นก็ต้องรับผลกรรมที่มันก่อเอาไว้ในนรกนี้ครึ่งหนึ่งและในชาติใหม่ของมันอีกครึ่งหนึ่ง”
ซาตานตอบกลับและผมจึงถามต่อว่า
“แล้วทำไมไม่ทำให้มนุษย์รับผลกรรมในนรกนี้ให้หมดล่ะ ไม่งั้นมันคงจะดีมากที่คนเลวๆทั้งหมดได้ตายไปและคนคนนั้นจะได้ไม่ต้องเจ็บปวดเพราะผลกรรมที่ก่อไว้แต่ชาติปางก่อนที่จำไม่เห็นได้นั่นอีก และถ้าจำไม่ผิดมนุษย์ทำบาปก็เพราะแก แล้วทำไมแกไม่โดนรับโทษด้วยล่ะ”
สามหาว!
ซาตานได้ตะโกนออกมาแล้วปาแก้วไวน์ใส่หน้าของผม น้ำสีแดงนั้นมันมีกลิ่นคล้ายกับเลือด ผมได้เลียมันเข้าปากไป
“ที่มนุษย์เกิดมาแล้วต้องรับผลกรรมทั้งนรกและโลกมนุษย์ก็เพราะพระสงค์ของพระเจ้า และที่มนุษย์ต้องทำบาปก็เพราะพระเจ้าทรงเสียพระทัยที่มนุษย์อย่างพวกแกดูหมิ่นพระองค์ เห็นพระองค์เป็นแค่สิ่งไร้สาระและยังกินผลไม้ต้องห้ามของพระองค์ด้วย”
ซาตานได้กล่าวออกมาแล้วปลดโซ่ที่พันธนาการผลออกทำให้ผลตกลงพื้นไป
ผมรู้สึกเจ็บอย่างมากเพราะแผลมันไม่หายแบบที่พวกนั้นทำกับผมก่อนหน้านี้
“หึหึ...หึ พระเจ้างั้นเรอะ คนเราต้องเจอแบบนี้เพราะพระเจ้า ทำไมพระเจ้าไม่ทำให้เราหายไปจากโลกนี้ซะล่ะ จะทรมานพวกเราที่พระองค์สร้างขึ้นมาทำไมกัน?”
ผมได้ถามออกไป เพราะผมเบื่อเต็มทนแล้วกับการที่พระเจ้าไม่เคยมาดูแลคุ้มครองผมเลยตั้งแต่ที่ผมโดนกลั่นแกล้งสารพัด ถูกเหยียบย่ำหัวใจจากคนเลวเหล่านั้น และยังรวมถึงทำให้เมย์และเกศิณีต้องโดนพวกนั้นกลั่นแกล้งด้วย หากผมได้พบกับพระเจ้าล่ะก็ ผมจะขอด่าว่าพระเจ้าแทนเหล่าผู้อ่อนแอที่ถูกคนเลวอย่างนั้นทำร้ายเอง และหากมีพลังมากพอจะขอทำให้พระองค์เจ็บปวดไปเลยคอยดู
ซาตานได้นิ่งเงียบครู่หนึ่งก่อนที่จะทำให้โซ่เส้นนั้นกลายเป้นตัวผมอีกคนขึ้นมา
“โทษทัณฑ์ของแกคือการโดนตัวเองฆ่าตายอย่างทรมาน”
ซาตานกล่าวและตัวผมอีกคนได้พุ่งเข้ามาหาผม มันมีใบหน้าแบบเดียวกับผมทั้งหมด
“เสียดายจังนะที่แกตายง่ายไปทำให้ชั้นไม่ได้ก่อเรื่องแทนแกเลย สนุกจริงๆตอนที่อยู่ในตัวแกน่ะ จำได้มั้ยล่ะตอนนั้นที่แกความทรงจำหายไปน่ะ ชั้นจะบอกอะไรให้ว่านั่นชั้นทำเอง ”
ผมเข้าใจแล้วถึงเรื่องทั้งหมดช่วงที่ความทรงจำขาดหายไปจากปากของมัน...
ผัวะ
มันได้ต่อยเข้ามาที่หน้าของผม ผมได้เซถลาไปกับพื้น และผมก็ได้ลุกขึ้นมาต่อยมันกลับไป
การสู้กับตนเองนี่ช่างลำบากจริงๆ ยิ่งไอตัวนี้ยิ่งยากมาก เพราะมันไม่รู้จักเหนื่อยเลย แถมดูท่าไม่เจ็บปวดเลยด้วยซ้ำ
ผมได้สู้กับมันอยู่นานพอสมควรจากนั้นผมได้นึกออกถึงเหตุการณ์ก่อนที่ผมจะฆ่าคนทั้งรร.ราว1อาทิตย์ ตอนนั้นผมได้รับเลือกให้ฉีดสาวบางอย่างเข้าร่างกายไป มันเป็นสารที่เค้าบอกกันว่าทำให้สมองของมนุษย์สามารถที่จะพัฒนาได้มากกว่าเดิม มีผู้ที่เคยฉีดไปแล้วเพียง10คนของประเทศนี้ ซึ่งจะฉีดให้กับอัจฉริยะระดับของประเทศเท่านั้น
พลัก
มันได้เตะผมเต็มแรงทำให้ผมลงไปนอนกับพื้น แล้วจากนั้นได้กระหน่ำบาทาเข้าใส่ผมไม่ยั้ง
ผมเจ็บจนลุกขึ้นไม่ไหว และพยายามที่จะหนีแต่ว่ามันได้เอาเท้าของมันมาเตะเข้าที่หัวของผมอย่างแรง...
หัวของผมหลุดออกมาจากตัว เลือดสีแดงพุ่งกระฉูดไปทั่วบริเวณนั้น ส่วนมันและซาตานได้หัวเราะออกมาให้กับการลงโทษของพวกมันเอง
ผมได้ตื่นขึ้นมาตรงนั้นอีกทีและเห็นสีหน้าของพวกมันได้เปลี่ยนไป
ผมได้มองดูรอบๆและพบว่าตนเองกำลังกำดาบแปลกๆอยู่ในมือขวา
มันเป็นดาบคมเดียวที่มีด้ามจับโค้งยาวคล้ายกับด้ามกรรไกรมากหากแต่มันเป็นสีดำและดูเท่กว่าหลายเท่านัก
ผมได้ดูที่เสื้อผ้าของผม มันได้กลายเป็นเสื้อคลุมสีดำยาวถึงขามีสีดำสนิท กางเกงขายาวสีดำที่พอดีตัว และรู้สึกที่จะฆ่าทุกคนที่อยู่ตรงหน้าตอนนี้แล้ว...
ฟุ่บ
ผมได้วิ่งเข้าไปหาตัวปลอมของผมอีกครั้ง
แขนขวาของมันได้โดนดาบเล่มนี้ตัดออกอย่างง่ายดาย
ฉัวะ
คราวนี้ขาซ้ายของมันโดนผมตัด
มันได้สวนหมัดมาแต่ผมได้เร็วกว่ามันจึงหลบได้ทัน
ฉึก
ผมเสือกแทงดาบใส่ท้องของมันไปทีหนึ่งก่อนที่จะผ่าร่างกายมันออกมาเป็นเศษเนื้อในที่สุด
ดาบเล่มนี้ได้สั่นเล็กน้อยหรือว่าผมคิดไปเองก็ไม่รู้ แต่ที่รู้ๆ อยากจะฆ่าซาตานจริงๆ
ซาตานได้ร่ายโซ่ที่เคยรัดผมไว้มาอีกครั้งแต่คราวนี้ผมได้ใช้ดาบเล่มนั้นฟันมันทิ้งอย่างง่ายดาย
ซาตานได้ร่ายเหล่าสัตว์นรกที่น่าเกลียดน่ากลัวเข้ามาทำร้ายผมนับ300ตน
ผมได้สนองด้วยการฟันพวกมันอย่างง่ายดายไปจนร่างกายของพวกมันขาดสะบั้นเผยให้เห็นเลือดสีแดงฉานเกลื่อนพื้นและรู้สึกสนุกราวกับกำลังนั่งเล่นเกมอยู่
“ไม่น่าเชื่อว่าเจ้านั่นมันจะขอพรข้อนี้ไว้จริงๆ แต่โทษทีนะข้าชื่อแอสโมดิอุส บาปแห่งราคะไม่ใช่ซาตานจริงๆซักหน่อยน่ะ”
มันพูดสั้นๆออกมา ผมสงสัยมากจึงเข้าไปเอาดาบจ่อคอของมัน
“ที่แกพูดหมายความว่าไงนะ?”
ผมได้ถามกลับไปแต่มันยังคงนิ่งเงียบอยู่
ฉัวะ
ผมได้ตัดแขนซ้ายของมันออกและมันเจ็บปวดอย่างมาก
“แกในโลกอื่นเคยขอพรกับพระเจ้าเอาไว้ก่อนที่จะจากโลกนั้นไปและกลับมาเกิดยังโลกนั้นอีกครั้งว่า...”
มันกำลังหยุดตอบผมจึงตัดแขนอีกข้าง
อ้ากกกกก
“หากตายครั้งแรกจะได้เกิดใหม่อีกครั้ง แต่หากตายอีกครั้งจะกลับมาพร้อมพลังอำนาจที่สามารถต่อกรกับพระเจ้าและซาตานได้ อ้ากก”
เมื่อมันตอบคำถามหมดแล้ว ผมจึงสังหารมันด้วยการตัดคอออกมา
เมื่อผมตัดคอของมันออกมาพบว่าหัวของมันกลายเป็นหัวของวัวกึ่งงู กล่าวคือหัวรูปร่างคล้ายวัวแต่มีเกล็ดแบบงู
แม้ว่าที่นี่จะไร้แสงตะวัน แต่ผมก็ยังสามารถที่จะเห็นกลุ่มก้อนของอากาศมารวมตัวกันที่จุดหนึ่งซึ่งอยู่ตรงหน้าผมนั่นเอง
ปรากฏแพะปีศาจตัวใหญ่ขึ้นมาจากตรงนั้น มันมีเสียงคำรามของสัตว์ร้ายนานับประการกำลังโกรธเกรี้ยวอย่างมากและมีดวงตาสีแดงก่ำดุจเลือก มีปีกอีกาสีดำสนิท มีกรงเล็บที่แหลมคมดุลลิ่มน้ำแข็ง มีฟันคล้ายของราชสีห์ ลมหายใจที่พ่นออกมามีกลิ่นคล้ายซากศพ
ผมได้แหงนหน้ามองมันอย่างดีและมันเริ่มที่จะฆ่าผมแล้ว ผมจึงรีบวิ่งหนีไปรอบๆที่แห่งนั้น
ในใจลึกๆผมคิดว่าขอแค่ออกไปจากที่นี่ได้เท่านั้นก็พอแล้วจากนั้นชีวิตผมจะเป็นอย่างไรต่อไปก็ไม่สนแล้ว
ฉึก
ผมถูกมันเอามือที่มีกรงเล็บอันแหลมคมแทงทะลุพร้อมผมจากนั้นมันก็ยกมือของมันขึ้นทั้งๆที่ผมยังติดอยู่กับมือของมันแล้วเหวี่ยงตัวผมออกอย่างแรง
กระดูกขาและคอของผมหักทำให้ไม่สามารถที่จะขัยบได้เลยทำได้อย่างมากก็แค่กวาดตาดูรอบๆเท่านั้น
ผมเห็นคนที่มีหัวเป็นสัตว์ต่างๆได้เดินเข้ามาใกล้ผม แต่ละตัวถือหอกสีดำสูงเท่าคน และมีดวงตาสีแดงก่ำ
ผมคิดว่าพวกนี้คงจะเป็นยมทูตและกำลังที่จะมาฆ่าผม
ผมจึงคิดได้ว่าในเมื่อใกล้จะตายอย่างนี้แล้วล่ะก็ สู้ชิงตายด้วยมือตนเองน่าจะดีกว่า ผมจึงตัดสินใจพยายามเอาแขนตนเองมาบิดคอให้กระดูกมันหักยิ่งกว่าเดิมจนได้ยินเสียงดังกร็อบพร้อมกับสติของผมที่ได้ดับวูบลงไป...
---หวังว่าผมคงจะตื่นจากฝันร้ายนี้เสียทีขอให้ตนตื่นขึ้นมาแล้วพบว่าตนได้หลับอยู่บนที่นอน---
ร่างของเด็กหนุ่มได้หยุดนิ่ง ไร้ซึ่งเสียงของหัวใจหรือลมหายใจใดๆ เหล่ายมทูตต่างได้เดินเข้าไปดูใกล้ๆกับร่างของเด็กหนุ่ม ซาตานได้แปลกใจกับการกระทำของเด็กหนุ่มเพราะตลอดเวลาตั้งแต่ที่เริ่มสงครามกับพระเจ้านั้น ไม่เคยที่จะมีมนุษย์คนไหนที่ฆ่าตัวตายก่อนที่จะได้รับการพิพากษาในนรกแห่งนี้เลย...
อ้ากกกกกกกกกก
เสียงของยมทูตได้กรีดร้องออกมาพร้อมกับเหล่ายมทูตที่ตกใจกับเหตุการณ์นี้ เมื่อซาตานได้หันมองดูพบว่า ยมทูตที่แสนโหดเหี้ยมป่าเถื่อนและไร้ความเมตตาของตนกำลังถูกเด็กหนุ่มคนนั้นไล่ล่าอยู่อย่างโหดเหี้ยม
“ขอโทษทีนะที่ให้รอนานไปหน่อยน่ะ แต่ว่าชั้นกลับมาแล้ว กลับมาพร้อมกับความทรงจำที่หายไปและการหนีออกไปจากนรกแห่งนี้”
ตอนที่สติของผมดับวูบไปนั้นผมได้เห็นตัวของคนที่คล้ายๆผมกับโลกใบอื่นที่กำลังพยายามที่จะต่อสู้และดิ้นรนในการเอาชนะสิ่งที่เรียกว่าชะตากรรมและลิขิตสวรรค์
ผมได้จำได้ถึงอดีตของตนทั้งเรื่องที่ถูกคนอื่นแกล้ง ทั้งเรื่องที่ตนฆ่าคนเกือบทั้งโรงเรียนรวมถึงเรื่องที่มีตนในโลกอื่นที่กำลังต่อสู้อยู่
ผมได้ตื่นขึ้นมาและได้รู้สึกกระหายเลือดอยากที่จะฆ่าทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่ตรงหน้า สัญชาตญาณฆาตรกรเดิมของผมได้ตื่นขึ้นมาสมบูรณ์แล้ว...
ผมได้หยิบเอาหอกของยมทูตมาแทงพวกมันเอง ผมได้ไล่แทงไปเรื่อยๆจนรู้สึกตัวอีกทีก็พบว่ามีแต่กองซากศพของยมทูตอยู่ด้านหลังของผมเอง
“เป็นไปไม่ได้ แกน่าจะตายไปแล้วนี่ แหรือว่า ไม่จริงน่า อย่าบอกนะว่าแกในโลกอื่นเพิ่งเอาชนะโลกอื่นได้แล้วน่ะ”
ซาตานได้พูดออกมาอย่างร้อนรนและดูท่าที่ผมคิดว่ามีผมในโลกอื่นนั้นมันเป็นเรื่องจริง แต่ผมไม่สนใจมันหรอกเพราะว่าผมขอแค่กลับไปหาเมย์และโกลของผมเองก็พอใจแล้ว
“ไม่รู้สินะว่าโลกอื่นมันเป็นยังไง แต่ว่าชั้นรู้แล้วล่ะว่าชั้นจะจัดการกับแกยังไงดี”
ผมตอบพร้อมย่างสามขุมเข้าหาซาตานที่กำลังร้อนรน
ผมได้ปาหอกใส่อกของซาตาน
ซาตานปัดหอกทิ้งแล้วกางกรงเล็บเข้าหาผมอีกครั้ง
คราวนี้ผมรับไว้ด้วยแรงที่ผิดมนุษย์และคว้าหอกที่ปักอยู่ใกล้ๆแทงใส่ข้อมือของซาตานหลายๆครั้ง แม้ว่าซาตานจะมีร่างกายที่แข็งแกร่งและน่ากลัวแต่ก็ยังมีความเจ็บปวดเช่นกัน จึงไม่แปลกหากผมจะแทงหอกใส่ข้อมือของมันหลายๆครั้งจนขาดออกมา...
ผมได้เห็นเลือดที่มีสีดำและได้ดื่มเลือดจากมือนั้นเข้าปากไป ผมรู้สึกได้ถึงร่างกายของตนที่ค่อยๆร้อนระอุขึ้นและซาตานได้ค่อยๆถอยห่างออกไป
หึหึ...หึ
ผมได้ดูตนเองพบว่ามือทั้งสองข้างนั้นสามารถกางกรงเล็บที่แหลมคมออกมาได้และผมได้วิ่งเข้าหาซาตานอีกครั้งและวิ่งเร็วขึ้นกว่าเดิมอีกด้วยซ้ำ
ซาตานได้พ่นไฟออกมาแต่ว่าผมได้มองเห็นมันเหมือนกับหนังที่ถูกกดให้เล่นอย่างช้าๆจนมองเห็นถึงรายละเอียดและหลบได้ทันท่วงที
ผมได้วิ่งเข้าไปอีกทีและเอากรงเล็บปักที่ขาของซาตาน
โฮกกกก
ซาตานคำรามออกมาอย่างเจ็บปวดและผมรู้สึกดีมากๆผมจึงได้เอากรงเล็บตัดขาของซาตานออกมาแล้วดื่มเลือดนั้นอีกครั้ง คราวนี้ตาของผมสามารถที่จะมองเห็นอะไรบางอย่างตรงหน้าอกซ้ายของผมน่าจะเป็นหัวใจและมองเห็นสิ่งที่คล้ายๆกันตรงกลางอกของซาตานผมจึงกระโจนเอากรงเล็บเข้าไปกระชากมันออกมา
ตึกตักๆ
หัวใจสีดำที่ถูกดึงออกมามันยังเต้นอยู่บนมือของผมและร่างกายของซาตานค่อยๆทรุดลง ผมอยากที่จะรู้ว่ารสของหัวใจนั้นเป็นยังไงจึงลองกลืนมันเข้าไปดู ทุกๆครั้งที่ผมเคี้ยวผมได้เห็นซาตานร่างกายค่อยๆบิดเบี้ยวตามเสียงเคี้ยวของผม
โฮกกกกกกกกกกกก
ร่างกายของซาตานถูกเพลิงสีฟ้าเผาไหม้จนหายไปหมด  แม้แต่ศพของยมทูตก็เช่นกัน
ผมได้มองเห็นสิ่งอื่นๆนอกจากหัวใจ แทบจะมองเห็นไปซะทุกอย่างแม้แต่ทางออกของที่แห่งนี้
ผมได้เดินไปตามทางออกที่ผมเห็นจนมาพบประตูบานหนึ่งที่มีหนามสีดำอมม่วงรัดเอาไว้อยู่มันถูกเขียนว่าประตูยมโลก ผมจึงเปิดออกไปและพบว่าตนยืนอยู่บนโขดหินเล็กๆข้างหน้านั้นคือความมืดมิดที่มีลมพายุแทรกอยู่
ผมได้เดินต่อไปข้างหน้าโดยไม่กลัวอะไรทั้งนั้น สุดท้ายความมืดมิดนั้นได้หายไปและพบว่าข้างหน้านั้นเป็นทางสีขาวโพลนมีสายลมอุ่นๆโบกพักอยู่พร้อมกับประตูสีขาวที่มีหญ้าสีเขียวสดรัดไว้อยู่ มันเขียนว่าประตูสวรรค์ ผมจึงเปิดเข้าไปพบว่ามันเป็นวิหารสีขาว และมีหญิงสาวคนหนึ่งได้ยืนอยู่ข้างหน้าของผม
“ไม่น่าเชื่อนะว่ามนุษย์ที่มีบาปมากมายอย่างเธอจะมาพบเจอที่นี่ได้ ชั้นชื่อเกเบลียล 1ใน7อัครเทวดาของพระเจ้า พระองค์ทรงเบื่อหน่ายเต็มทีแล้วกับการที่เธอไม่ยอมที่จะดำเนินเกมที่เธอเล่นกับพระองค์ค้างไว้อยู่ แต่พระองค์ทรงแปลกพระทัยมากที่เธอกล้าที่จะดื่นเลือดอันชั่วร้ายและกินหัวใจของซาตานราชาแห่งนรกได้ และพระองค์ทรงอนุญาติให้ขออะไรก็ได้3อย่างตามแต่ที่เธอต้องการแต่ว่าขอให้ชนะในเกมนี้เลยไม่ได้หรอกนะ เอาล่ะว่ามาว่าเธอจะขออะไร”
เกเบลียลได้ถามผมขณะที่ผมกำลังมองดูเธอที่แสนงดงามราวกับภาพวาดของเจ้าหญิงที่ออกมาจานิยาย ผมรู้สึกตกหลุมรักเธอ แต่ผมมีคนที่ผมรักไปก่อนแล้ว ผมจึงจะขอสิ่งนี้ให้กับตัวผมเองในโลกอื่นที่ไร้พลังและความกล้าในการเล่นเกมกับพระเจ้านี้เช่นเดียวกับผมก่อนหน้านี้
“ตกลง ข้อแรกที่ชั้นจะขอคือขอให้เธอเป็นคนช่วยเหลือ ชักนำ และอาวุธรวมถึงคนรักให้กับชั้นในโลกอื่นคนหนึ่งที่ไร้อาวุธและความกล้าหาญ   ข้อสองขออาวุธที่สามารถเอาไว้ทำร้ายเผ่าพันธ์มนุษย์ได้โดยง่ายและข้อสุดท้าย ขอให้ชั้นกลับไปหาเมย์ คนรักของชั้นได้สำเร็จ นี่แหล่ะคำขอทั้ง3ข้อของชั้น”
ผมได้พูดจบและรู้สึกได้ว่าเกเบลียลได้ทำท่าเขินอายและตอบตกลงกับผม เธอได้บินหายไป ดูท่าเธอจะไปทำตามคำขอข้อแรกของผมแล้ว
ฉึก
เทวดาตนหนึ่งได้โยนบางสิ่งลงมาจากฟ้า มันคือแผ่นโลหะกลมที่มีขนาดเท่าฝ่ามือและมีรูเจาะสำหรับร้อยเชือกเส้นใหญ่อยู่ด้วย มันถูกเขียนว่า ดาบแห่งปรีชาญาณ
ผมรู้สึกแปลกใจมากเพราะจำได้ว่าขออาวุธอย่างน้อยน่าจะเป็นดาบก็ยังดีแต่นี่มันกลับเป็นแผ่นโลหะและมีคำว่าดาบแห่งปรีชาญาณสลักเอาไว้
ขณะที่ผมกำลังคิดถึงรูปร่างของดาบผมก็เข้าใจทันทีว่าสิ่งนี้มันจะเปลี่ยนแปลงรูปร่างตาบที่ผมจินตนาการเอาไว้ และผมได้ลองจินตนาการปืนดูบ้างพบว่ามันสามารถแปลงเป็นปืนได้ และผมพบว่ามีประตูบานนึงตั้งอยู่ข้างหน้าผม มันเขียนว่าประตูมนุษย์ ผมจึงเปิดออกดูและพบว่าตนได้กลับมาในโลกมนุษย์แล้ว และตอนนี้ได้ยืนอยู่ในห้องของผมเองและมันเป็นบ้านที่ผมได้จากไปนานมากแล้ว...

ฝันร้ายของข้าพเจ้า7

posted on 07 Jan 2011 16:38 by bankacx  in Nightmare

ตอนที่7 ฝันร้าย

ผมได้เดินไปทางที่ว่าการเขตที่อยู่ห่างจากที่นี่ประมาณ3กิโลเมตรกว่า ผมจึงขึ้นรถสองแถวแล้วนั่งรอให้ไปถึงที่ว่าการเขต มันเป็นระยะเวลาร่วมครึ่งชั่วโมงเศษ เพราะรถคันนี้นั้นขับช้ามาก แถมคนขับก็คุยโทรศัพท์ไปขับรถไปอีกต่างหาก ทั้งๆที่มีกฏหมายว่าห้ามคุยโทรศัพท์ขณะขับรถแต่คนก็ยังชอบทำกันจริงๆ

เมื่อผมได้ลงจากรถแล้วผมก็เดินไปจ่ายเงินกับคนขับ จากนั้นจึงเดินเข้าไปในที่ว่าการเขตที่กว้างและใหญ่มากแห่งนี้ ห้องเป็นสีขาวปนขุ่น บ่งบอกถึงความเก่าแก่ของสถานที่และเจ้าหน้าที่ในนี้ต่างอายุเยอะกันแล้ว น้อยคนนักที่ยังดูหนุ่มๆสาวๆอยู่

ผมได้เดินไปตามทางบอกของยามแถวนั้นจนไปถึงห้องค้นหาประวัติของประชาชน ที่มีทั้งกล้องถ่ายรูปเพื่อสแกนใบหน้า ห้องตรวจลายนิ้วมือ และห้องอื่นๆอีก2-3ห้องที่ผมไม่รู้จัก

เจ้าหน้าที่ได้ถามว่าผมต้องการประวัติของใครและเธอก็ยื่นเอกสารมาให้ผมกรอกแผ่นนึง ผมติ้กไปในช่อง ผู้สูญเสียความทรงจำ เธอจึงรับกลับมาและส่งผมไปยังห้องตรวจลายนิ้วมือ

มันเป็นห้องแคบๆ อยู่ไม่ไกลจากพนักงานคนเมื่อกี้มากนัก เจ้าหน้าที่ได้จับนิ้วโป้งขวาผมทาบลงไปกับแป้นลายนิ้วมือ ที่กระจกใสมาก และเริ่มที่แสงออกมาสแกนนิ้วโป้งของผม จากนั้นเริ่มที่จะมีใบหน้าของคนหลายคนผ่านไปผ่านมาที่หน้าจอคอมอย่างรวดเร็ว บางรูปโผล่แปปเดียว บางรูปก็นานมาก สุดท้ายโผล่มาที่รูปของคนอ้วนคนหนึ่งหน้าตาคล้ายผมมาก ต่างกันเพียงรูปร่างที่ผมนัน้ผอมและใบหน้าดูดีกว่ามาก

เฮือก

เจ้าหน้าที่ได้สะดุ้งตกใจกับรูปที่ปรากฏออกมา

“เป็นไปไม่ได้ที่มันจะมีชีวิตอยู่ ระบบมีปัญหารึเปล่าเนี่ย?”

เขาได้ตั้งสติแล้วเดินไปหาเจ้าหน้าที่คนอื่นเรื่องนี้ทันที และผมก็ได้ดูจอคอมที่ปรากฏรวมถึงรายละเอียดทั้งหมด ผมได้จำมันได้ครบถ้วนใส่ในสมอง และเริ่มที่จะนึกออกคร่าวๆว่าทำไมตนถึงรู้จักโรงเรียนPSได้ นั่นเพราะผมเคยอยู่ที่นั่น และสงสัยอย่างมากกับสถานะที่ขึ้นว่า เสียชีวิตไปแล้ว ผมได้เห็นเจ้าหน้าที่คนนั้นได้หายไปผมจึงได้เดินกลับออกมาข้างนอก เจ้าหน้าที่หญิงที่ผมถามตอนแรกได้สะดุ้งตกใจแล้วตะโกนเรียกให้คนมาจับผม ผมจึงรู้ตัวว่าต้องเป็นเรื่องใหญ่แน่ๆจึงได้รีบวิ่งหนีออกมา

ในขณะนัน้เองที่ผมรู้สึกถึงข้อมูลจำนวนมากที่ไหลเข้าสู่สมอง มันคือความทรงจำทั้งหมดของผม รวมถึงเรื่องที่ผมเคยทำก่อนหน้านี้ด้วย ผมรู้สึกหวาดกลัวหากโดนจับได้ ผมจึงรีบเพิ่มความเร็วในการเดินมากขึ้นและกวักมือโบกแท็กซี่แถวนั้นตรงดิ่งไปยังบ้านอย่างเร็ว

ผมไม่รู้หรอกว่าอยู่ที่ไหน แต่ถ้าเรื่องจำทางขามาน่ะได้ ผมจึงบอกคนขับรถไป สุดท้ายผมก็มาถึงที่บ้านจนได้

ผมได้จ่ายค่าโดยสารไปและลงมาจากรถเดินเข้าบ้านตามปกติและตรงเข้าไปบอกเมย์ที่กำลังนั่งดูทีวีอยู่ในห้องโถง

ตอนนี้ทีวีฉายรายการบันเทิง ที่มีพิธีกรหน้าตาตลกยืนพูดอยู่ ผมได้เข้าไปสะกิดเมย์และบอกเมย์ว่าถ้าได้ฟังเรื่องที่ผมเล่าต่อจากนี้แล้วอย่าตกใจหรือร้องเป็นอันขาด

ผมได้เล่าว่าผมคืออัจฉริยะของรร.PS ผู้ฆ่าคนทั้งรร.และน่าจะตายไปแล้ว

เมื่อเธอรูเรื่องราว เธอก็ได้เงียบไปครู่นึง ผมไม่รู้ว่าเธอคิดอะไรอยู่ ภายในห้องกว้างๆห้องนี้ ไม่มีใครเป็นฝ่ายพูดก่อน ผมจึงออกปากเริ่มว่า

“ชั้นจะต้องออกไปจากที่นี่แล้ว เพราะอีกไม่นานได้มีคนมาตามจับตัวชั้นแน่ ขอบคุณมากสำหรับทุกสิ่งทุกอย่างที่เธอดีกับชั้นมาตลอด แต่ดูท่าชั้นอาจจะทำให้เธอเดือดร้อนได้ ฉะนั้นชั้นไปก่อนดีกว่า”

ผมตัดสินใจแล้วว่าควรจะไปห่างจากเธอ ไม่งั้นเธออาจจะเดือดร้อนได้ และผมรู้สึกเสียดายอย่างมากที่พรากเอาพรหมจรรย์เธอไปแล้วต้องหนีโดยทิ้งเธอไว้ข้างหลังแบบนี้ ถ้าหากผมรอดไปได้ผมจะกลับมาขอเธอแต่งงานให้ได้

ตอนนี้เมย์มาจับที่แขนเสื้อผมและผมได้หันมองเห็นเธอร้องไห้อยู่ ดูท่าที่ผมพูดไปจะทำร้ายจิตใจเธอมาก เพราะแขนเสื้อที่เธอจับนั้นมันถูกจับอย่างแน่น ถ้าจะพูดให้ถูกก็คือโดนบีบอย่างแรง แล้วเธอก็ค่อยๆเปล่งเสียงออกมา

“เธอจะหนีไปคนเดียวงั้นเหรอ? แล้วชั้นล่ะ ชั้นจะอยู่ยังไง ถ้าไม่มีเธอซักคนโลกนี้ก็ไม่มีค่าอะไรอีกแล้ว ทั้งเพ่อนรักชั้น ทั้งอนาคตของชั้นคงไม่มีเหลืออีกแล้ว อีกอย่างเธอพรากสิ่งที่ผู้หญิงอยากจะรักษาไปแล้ว ชั้นจะแต่งงานกับใครได้อีกล่ะ! ต่อให้เธอไปแล้วชั้นไม่เดือดร้อน ชั้นก็ไม่ยอมหรอก หากเธอตาย ชั้นจะขอตายพร้อมเธอเอง หากเธอโดนไล่ล่า ชั้นก็จะขอโดนไล่ล่าไปพร้อมกับเธอ เพราะเรื่องนี้มันไม่ใช่เรื่องของเธอคนเดียว แต่เป็นรื่องของเรา2คน ถ้าวันนั้นชั้นไม่เจอเธอล่ะก็ ชั้นก็คงไม่เป็นแบบนี้ แต่ว่าชั้นช่วยเธอ เรา2คนจึงลงเรือลำเดียวกันแล้ว และเรา2คนจะไม่มีทางที่จะพรากจากกันแน่”

เธอได้พูดทั้งน้ำตาออกมา ผมจึงคิดใหม่ว่าจะไม่หนีเด็ดขาดและพร้อมที่จะหาทางรับมือกับผลต่างๆที่กำลังตามมานี้ นี่คงเป็นเพราะรัก ทำให้เธอเป็นถึงขนาดนี้ ทำให้หญิงสาวผู้โดดเดี่ยว พร้อมที่จะรับชะตากรรมเดียวกันกับผม

“ตกลง ชั้นจะไม่หนี ชั้นจะอยู่ข้างๆเธอเอง และเราสองคนจะไม่พรากจากกัน ไม่ว่าคนที่พรากมันจะเป็น พระเจ้าหรือซาตานก็ตามที”

ผมได้กล่าวจบแล้วดึงแขนเธอให้เธอเข้ามาจูบกับผม จูบนี้ร้อนแรงยิ่งนักและทำให้ผมสำรวจร่างกายเธออีกครั้ง เราได้ทำบาปกันอีกแล้ว แต่คราวนี้เราทั้งสองมีสติครบถ้วนดี เราทั้งสองได้นอนมองหน้ากันและยิ้มให้กัน ตอนนี้ผมกลัวอีกอย่างก็คือ กลัวว่าเชื้อผมจะแรงขนาดทำให้เพียงแค่ครั้งสองครั้งก็สามารถให้กำเนิดเด็กได้แล้ว หากเป็นอย่างนั้นจริงผมก็ไม่รู้ว่าควรจะทำยังไงดี

ยามค่ำเราสองคนลงไปทานอาหารข้างล่าง เมย์ทำและผมรอ ผมได้เปิดทีวีดูอีกครั้งและพอดีกับที่รายการข่าวมา ผมได้ดูรายการข่าวนัน้และโล่งใจมากที่ไม่มีเรื่องราวเกี่ยวกับผมเลย มีเพียงแต่ความคืบหน้าของคดีสังหารหมู่รร.GEเท่านั้นเอง เจ้าหน้าที่ตำรวจคงจะสืบสวนอะไรมาไม่ได้หรอก เพราะว่าผม ในตอนนั้น ถึงไม่แน่ใจว่าใช่ผมจริงๆก็ตามได้ทำลายหลักฐานทุกอย่างไปแล้ว ยิ่งพยานอย่างเกศิณียิ่งไม่ต้องพูดถึง หล่อนคงจะไปมีชีวิตใหม่กับพ่อแม่ของหล่อนที่ไหนซักแห่งในโลกนี้แล้วแน่ๆ

ในเมื่อตอนนี้ผมรู้แล้วว่าตนเองคือใคร ก็ต้องไปที่บ้านของตนเพื่อรับเอามรดกจากพ่อแม่ผมที่พวกท่านตกเครื่องิบนตายไปไม่นานนี้จากที่ข่าววันนั้นบอกมา ผมเสียใจอย่างมากที่พวกท่านตายเพราะผม

ผมได้ทานอาหารพร้อมกับเธอ และผมได้เอ่ยปากบอกเธอไป เรื่องที่ผู้หญิงทุกคนรอคอยให้แฟนหนุ่มเป็นฝ่ายบอกมาตลอด...

“เมย์ ถึงชั้นจะรู้จักกับเธอมาไม่นาน แต่เราสองคนก็รักกัน โดยเฉพาะเธอที่พร้อมที่จะอยู่กับคนมีความผิดติดตัวอย่างชั้น ฉะนั้น เพื่อรักษาเกียรติของเธอ ชั้นขอเธอแต่งงาน หากเรื่องนี้มันจบลงเมื่อไหร่ ชั้นจะเอามรดกของชัน้มาสู่ขอเธอกับพ่อแม่ที่ไม่สนใจลูกสาวอย่างเธอ”

ผมได้บอกตอนที่เมย์กำลังทานอาหารเย็นอยู่ ทำให้เธอต้องปล่อยช้อนออกจากมืออย่างไม่ตั้งใจและจากนั้นเธอก็ยิ้มแล้วตอบว่ารับคำขอแต่งงานของผม

ผมภาวนาให้เรื่องราวบ้าๆที่ต้องโดนตำรวจไล่ล่าแบบนี้เป็นแค่ความฝันไป และอยากที่จะแต่งงานกับเธอจริงๆ และไม่นานการมาของพวกมันก็ทำให้เรื่องราวนี้ถึงจุดแปรผันอย่างร้ายแรง

เพล้ง

ตูม

มีสิ่งของบางอย่างทะลุกระจกด้านนอกเข้ามาในบ้าน ผมรู้โดยสัญชาตญาณว่ามันเป็นระเบิดควัน ผมจึงกระโดดคว้าตัวเมย์ออกมาจากตรงนั้นพร้อมกับพยายามก้มต่ำๆเอาไว้

แม้เห็นแค่รางๆเพราะควันแต่ผมก็รู้ดีว่ามันเป็นเงาของชายใส่ชุดเครื่องแบบหน่วยคอมมานโด ไม่รู้เหมือนกันว่ารู้มาจากไหน

แต่ที่แน่ๆก็คือผมต้องพาเมย์หนีออกไปจากบ้านหลังนี้แล้ว

ผมได้กระซิบบอกให้เมย์คลานต่ำๆออกไปข้างนอกไม่ต้องห่วงผม เราสองคนได้จูบกันก่อนที่จะจากกันครั้งนี้

ผัวะ

ผมได้เอาแจกันขนาดเหมาะมือฟาดใส่เงาลางๆนั้น มันได้ผล เงานั้นได้ร้องแล้วล้มลงกับพื้น จากนั้นผมจึงเอาส้อมของผมเดินดุ่มๆเข้าไปที่คอมมานโดอีกคนที่กำลังติดต่อ สื่อสารกับคนอื่นด้วยวออยู่...

ฉึกๆ

ผมได้แทงส้อมไปที่คอหอยของชายคนนั้น2ทีแล้วดึงส้อมออก จากนั้นชายคนนั้นได้ล้มลงกับพื้น

---ยอดไปเลย วิธีลองสังหารคนแบบนี้ เกินกว่าคนธรรมดาจะสามารถทำกันได้นะ แกนี่เจ๋งจริงๆ ไม่ผิดหวังเลยที่ข้ามาอยู่ในตัวแก---

เสียงนั้นได้กล่าวอยู่ในตัวผม แต่ผมไม่ได้สนใจอะไรนอกจากเจ้าหน้าที่คอมมานโด3คนที่กำลังจะยิงปืนมาทางผม ผมได้แทงส้อมไปที่กระบอกปืนของ1ใน3ที่กำลังเหนี่ยวไกออกมา

ตูม

ลูกกระสุนได้กระแทกกับส้อมที่ถูกเสียบเข้ามาในกระบอกปืนทำให้ลูกกระสุนสะท้อนกลับเข้าไปในรังเพลิงแล้วเกิดการระเบิดย่อมๆอีกครั้ง ทั้ง3คนถูกระเบิดอย่างแรงทำให้ตัวเกิดไฟไหม้และโชคดีที่ผมสามารถหลบมาได้แบบน่าทึ่ง แต่ก็มีแผลถากๆที่ใบหน้า

ผมรู้สึกดีที่ได้ฆ่าคนอีกครั้ง ผมจึงไล่ฆ่าพวกมันจนผมได้ยินเสียงร้องของเมย์ขอความช่วยเหลือผมจากข้างนอก

ผมได้มองออกไปที่ประตูบ้าน ผมเห็นเมย์กำลังโดนคอมมานโด3คนช่วยกันจับปิดหน้าเธอด้วยถุงผ้าสีดำ ตามแบบฉบับของการทำงานหน่วยนี้

ผมกำลังวิ่งไล่ฆ่า3คนนั้นอย่างบ้าคลั่งแต่แล้วมันก็มาขวางผม

ฉึก

หลังของผมโดนของมีคมบางอย่างเสือกแทงลงไป เมื่อมองดูพบว่ามีชายใส่เสื้อสีขาวคนหนึ่งยืนอยู่ข้างหลังผม

ชายคนนั้นกำลังเลียมือขวาของตนเองที่เปื้อนเลือดอยู่ และกำลังเอามือซ้ายที่ได้กลายเป็นใบมีดแหลมคมชี้มาทางผม

ผมได้เก็บแขนตนเองแล้วกลับเข้าไปในบ้านเพื่อหาสิ่งของที่สามารถใช้ฆ่าคนได้

แต่ว่ามันสายเกินไป ชายคนนั้นได้พุ่งแทงข้างหลังผมอีกครั้ง ขณะที่ผมกำลังหยิบปืนของคอมมานโดมายิงใส่มัน

ผมได้มองหน้ามันอย่างชัดเจนจากนั้นสติค่อยๆวูบไปโดยที่ผมกำลังกำไม้กางเขนสีดำที่ให้เมย์ไป สร้อยเส้นนั้นได้ขาด คาดว่ามันคงขาดตอนที่เกิดเรื่อง พร้อมกับผมที่กำลังจะตายได้ยินเสียงคนนั้นบอกว่าให้เผาบ้านหลังนี้ทิ้ง เป้าหมายตายแล้ว จากนั้นสติผมก็ดับวูบไป หัวใจหยุดเต้น

ตุ้บๆ .......

ร่างอันไร้วิญญาณของชายหนุ่มได้ค่อยๆถูกไฟแผดเผา บ้านละแวกใกล้เคียงต่างพากันดูอย่างน่าตกใจ ไม่มีใครที่สามารถเข้าไปในนั้นได้เลยเพราะเปลวเพลิงที่โหมกระหน่ำ รถสีดำที่มีเจ้าหน้าที่คอมมานโดได้จากไปแล้ว และมันคงจะจบด้วยการถูกสรุปว่าเป็นอุบัติเหตุไปด้วยอำนาจของกลุ่มคนที่ควบคุมประเทศนี้อยู่นั่นเอง...

ฝันร้ายของข้าพเจ้า6

posted on 27 Dec 2010 18:13 by bankacx  in Nightmare

ตอนที่6 การเริ่มต้นของฝันร้าย

‘หากโลกนี้เริ่มที่จะเป็นสวรรค์ของคนชั่วไปแล้วล่ะก็ ผมจะจัดการมันเอง...’

คำพูดที่ผมจำไม่ได้ว่ากล่าวถึงมันเมื่อไหร่? แต่มันช่างเป็นคำพูดที่ดีมากจริงๆ ในตอนนี้ผมเริ่มสับสนว่ามีใครอีกคนในตัวผมจริงรึเปล่า? เพราะฝันเมื่อคืนนี้นั้นมันบ่งชี้ไปว่าผมได้ทำเรื่องราวร้ายๆแก่คนที่เพิ่งรุ้จักไปอย่างมากและผมสงสัยอย่างมากว่าถ้าผมทำจริงทำไมผมจึงไม่รู้ตัวและจำอะไรไม่ได้เลยว่าเกิดอะไรขึ้น

ตอนนี้ผมใส่เสื้อแขวยาวสีขาวกางเกงยีนส์ ดูแล้วตนเองดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้นมากเลยทีเดียว

ผมเฝ้าแต่นึงถึงเรื่องราวเมื่อคืนนี้จนแทบจะกินมื้อเช้าไม่ลงเลย เพราะว่าผมเห็นทั้งเลือด เครื่องในมนุษย์ และเศษซากสมองจนเอียนแทบจะอ้วกออกมา

“ทำไมเธอไม่กินล่ะ เมื่อวานเธอยังมาขอให้ชั้นเพิ่มข้าวเลยนะ ไม่เป็นไรหรอก ขอบคุณอีกครั้งนะที่เธอจัดการพวกมันให้กับชั้นน่ะ”

เมย์กล่าวขณะที่หล่อนกำลังยกอาหารเช้ามาให้ผมเพิ่มเติม มันคือสปาเกตตี้ซอสมะเขือเทศ ที่มีสีแดงราวกับเลือด...

แหวะ..โอ้กกกกก...

ผมได้เผลอสำรอกน้ำใสๆสีขุ่นๆออกมา คงเป็นเพราะอาหารเมื่อคืนนี้ผมกินไปหมดแล้วแถมไม่ได้กินอะไรเลยตั้งแต่เช้าเลยออกมาเป็นของเหลวแทน

“อย่าพูดถึงมันอีกเลย จริงสิ วันนี้ชั้นจะออกไปข้างนอกอีกนะ เพราะชั้นต้องออกไปสืบหาประวัติของชั้นเองกับที่เขตน่ะ ชั้นคงจะกลับมาเย็นๆเหมือนเมื่อวานแหล่ะ”

ผมได้กล่าวออกไป เพราะผมเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าถ้าหากหาประวัติตนเองโดยใช้หน้าเป็นเกณฑ์ก็อาจจะทำให้ผมได้เบาะแสเกี่ยวกับตนเองก็ได้

เมื่อผมพยายามฝืนกินสปาเกตตี้จนหมดจานแล้วเตรียมจะไปเมย์ก็มาจับที่แขนเสื้อผมเอาไว้ พอมองด้วยตาของหล่อนผมจึงรู้ได้ทันทีว่าหล่อนไม่อยากให้ผมไป แต่เพื่อที่จะทราบประวัติของตนเองมันก็เป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้ ผมต้องรู้ให้ได้ว่าตนเองเป็นใครกันแน่!

พลั่ก

ผมได้สะบัดแขนของเธอแล้วเตรียมที่จะก้าวเท้าต่อข้างหน้า เหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น..

“ชั้นขอร้องล่ะ วันนี้เธออยู่กับชั้นเถอะนะ ชั้นกลัวว่าถ้าเธอไปวันนี้แล้วเธอจะไม่ได้กลับมาอีกเลย...”

เธอได้กระตุกขาของผมข้างที่ผมเอาไว้เป็นฐานขณะที่กำลังเอาขาอีกข้างก้าวออกไปข้างหน้า

พลั่ก

ผมได้เอนล้มไปทับหล่อน นั่นทำให้หน้าของเราสองคนได้ใกล้กันยิ่งกว่าครั้งไหนๆ แล้วอารมณ์กับบรรยากาศก็ได้นำพาผมไปสู่สิ่งที่วัยรุ่นยังไม่สมควรทำอย่างแรง แม้ผมยังมีสติอยู่ดีแต่ก็ไม่สามารถห้ามอารมณ์ตนเองได้และดูเหมือนว่าเมย์จะถูกอารมณ์รักครอบงำเข้าให้ เธอจึงยอมอย่างง่ายดายและเราสองคนต่างประคองกันขึ้นห้องนอนของเธอแบบนี้...

พวกเราได้ทำบาปเข้าซะแล้ว ผมได้ทำบาปต่อเมย์สาวน้อยที่กำลังอยู่ในวัยใสซื่อบริสุทธ์และได้ทำบาปต่อพ่อแม่ของหล่อนที่ยังไม่รู้ว่ามีคนแปลกหน้าได้พรากเอาพรหมจรรย์ของเธอไปแล้ว...ตลอดกาล

นานกว่า2ชั่วโมงที่เราหมกมุ่นเกี่ยวกับเรื่องเพศสัมพันธ์นี้ และดูเหมือนว่าเธอจะรู้ตัวแล้วว่าเธอทำอะไรลงไปบ้างเธอจึงร้องไห้ออกมา

เธอไม่ได้สนใจร่างกายของเธอที่กำลังเปลือยเฉกเช่นเดียวกับผม แต่เธอกำลังร้องไห้ออกมาอย่างมาก ผมทำได้เพียงสำนึกผิดและปาดน้ำตาที่ไหลออกมาไม่หยุดของเธอ

“อย่างนี้ชั้นคงจะเป็นเจ้าสาวของใครไม่ได้แล้วล่ะ แต่เธอไม่ต้องห่วงนะ เรื่องนี้จะไม่มีทางไปถึงหูของพ่อแม่หรือคนอื่นๆแน่ และเธอต้องสัญญานะว่าเธอจะไม่พูดถึงมันอีกน่ะ”

เธอกล่าวด้วยใบหน้าที่กำลังร้องอยุ่ในตอนนี้ ตาของเธอเริ่มแดงขึ้นเรื่อยๆ และผมรู้สึกอยากจะฆ่าตัวเองจริงๆที่ทำกับหล่อนแบบนี้ได้ทั้งๆที่มีสติอยู่ด้วยซ้ำ ต่างจากเมื่อวานที่จำอะไรไม่ได้เลย

ผมได้ปาดน้ำตาของเธอแล้วเอาร่างกายผมที่เป็นเนื้อล้วนๆกอดเธออย่างแรงและกระซิบข้างหูของเธอเบาๆว่า...

“ไม่ต้องห่วงนะ ชั้นจะเป็นเจ้าบ่าวให้เธอเอง และหากชั้นรู้ว่าอดีตของชั้นเป็นใคร มาจากไหนเมื่อไหร่ ชั้นจะรีบมาขอเธอแต่งงานเอง แล้วทีนี้เรื่องของเราก็จะไม่มีใครรู้อีกเป็นอันขาด หวังว่าเธอจะเข้าใจนะ”

ผมคงรับผิดชอบได้เพียงเท่านี้ที่เหลือคงภาวนาให้ผมรู้อดีตของตนเองแล้วรีบมาสู่ขอเธอโดยเร็วเท่านั้น

เราสองคนไม่ได้กล่าวอะไรกันอีก ทำได้เพียงแค่มองหน้ากันแล้วต่างคนต่างใส่เสื้อผ้าแล้วลงไปข้างล่างเหมือนกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ผมจึงไม่อยากไปไหนอีกเลยวันนี้ ห่วงว่าเธอจะใจลอยเพราะคิดถึงเรื่องในวันนี้จนอาจจะได้รับอันตรายก็ได้

ปิ้บ

[ข่าวล่าสุดค่ะ ตอนนี้ก็ครบรอบ6เดือนของคดีสังหารหมุ่ของรร.PSไปแล้วและเมื่อวานนี้ยังเป็นข่าวการที่นักเรียนของรร.GEถูกสังหารหมู่แทบยกห้องอีกค่ะ และตอนนี้เรายังไม่ได้ข่าวเกี่ยวกับนักเรียนที่รอดชีวิตอีกเลยค่ะคาดว่าผู้ปกครองคงจะนำตัวเธอไปต่างประเทศตามประวัติที่ทำงานของพวกเขาแล้วค่ะ ตอนนี้เราก็กำลังจะมาสัมภาษณ์สดกับท่านผบ.4เหล่าทัพเกี่ยวกับคดีรุนแรงระดับชาตินี้นะคะ]

ข่าวที่ผมเปิดได้รายงานถึงสิ่งที่คาดว่าผมเป็นคนทำเมื่อวานนี้ ชายแก่4คนได้ถกเถียงกันอย่างรุนแรงเกี่ยวกับที่รร.ดังทั้ง2โรงเรียนนี้ได้เกิดโศกนาฎกรรมอย่างนี้ขึ้น แม้ว่าทั้ง2โรงเรียนอัตราการตายของคนจะต่างกัน แต่ว่าก็ได้ชี้ชัดให้เห็นซึ่งระบบการศึกษาว่าปัจจุบันระบบการศึกษานี้ได้ส่งเสริมให้เยาวชนอยากที่จะเอาชนะกันเอง แข่งขันกันเองว่าใครจะเหนือกว่าใคร โดยที่ไม่สนถึงสิ่งที่เรียกว่าเพื่อนอีกแล้ว ลุงแก่ๆที่ผมคิดว่าเป็นผบ.ตำรวจได้กล่าวว่านี่อาจจะเป็นพฤติกรรมเลียนแบบ เพราะว่านักเรียนคนที่ก่อเรื่องที่โรงเรียนPSนั้นได้ถูกวิสามัญไปแล้วและศพได้ถูกเผาจนเหลือแค่เถ้ากระดูกเพียงเท่านั้น แต่ผมรู้สึกปวดหัวอย่างมากเกี่ยวกับการที่ได้ยินชื่อของโรงเรียนPSนี้ เหมือนกับว่าเคยรู้จักมาก่อนอย่างยาวนานและรู้จักสถานที่นี้เป็นอย่างดี ผมสงสัยว่าตนเองอาจจะได้เคยอยู่ที่โรงเรียนนี้ก็เป็นได้ แต่ว่ามันกลับอยู่ไกลจากที่นี่เป็นอย่างมาก แทบคนละเขตกันเลย ผมจึงได้แต่เอาเรื่องนี้ไว้เก็บเป็นเบาะแสเพื่อจะลดความเป็นไปได้ออกไปให้เหลือน้อยที่สุด

ตลอด1ชั่วโมงที่รายงานข่าวมานี้ผมแทบไม่ได้ลุกไปไหนเลย ข่าวเรื่องนี้ดูท่าจะดังมากทีเดียวเพราะขนาดชาวบ้านละแวกนี้ยังคุยกันเลย แต่คงไม่มีใครรู้ว่าผมเป็ฯคนทำ ถึงผมไม่แน่ใจว่าใช่ฝีมือตนเองก็ตาม

ผมไม่อยากที่จะอยุ่ในบ้านทั้งวันเพราะเพิ่มทำมิดีมิร้ายกับเมย์มา ผมจึงออกมาเดินเล่นสูดบรรยากาศข้างนอกบ้านแทน ชาวบ้านก็ยังคงดำเนินชีวิตตามปกติต่อไปเรื่อยๆ ผมจึงลองคิดเกี่ยวกับทั้ง2เรื่องนี้มาว่าถ้ารร.GEนั้นคนในห้องนั้นต้องตายเพราะการแก้แค้นของผมแล้วล่ะก็... ผมคาดว่าคนที่ฆ่านักเรียนของรร.PSนั้นก็คงจะต้องแก้แค้นให้ใครแน่ๆ แต่ก็ไม่น่าถึงกับฆ่าคนทั้งรร.น่าจะฆ่าคนในห้องเรียนมากกว่า หรืออาจจะเป็นไปได้ว่าคนคนนั้นอาจจะเสียสติไปแล้วจึงสามารถทำได้ขนาดนี้ มนุษย์นี่ขนาดเสียสติยังน่ากลัวจริงๆแล้วจะประสาอะไรกับคนที่มีสติอย่างผมยังทำกับเมย์ได้ล่ะ ผมคิดถึงเรื่องไม่นานนี้อีกแล้ว งั้นเอาเงินที่เมยืให้มาเมื่อวานไปซื้อของปลอบใจเธอหน่อยดีกว่า...

ณ รัฐสภา ห้องประชุมลับชั้น40

สส.และสว.หลายคนกำลังเข้ามานั่งในห้องประชุมที่กว้างขวางและมีโต้ะไม้วางตั้งไว้เป็นแถวยาวรูปครึ่งวงกลมจำนวน3ชั้นด้วยกัน และโต้ะตรงกลางนัน้คือโต้ะที่นั่งของนายกรัฐมนตรีของประเทศนี้นั่นเอง ถัดไปเป็นโต้ะที่มีเพียงไมค์ตั้งไว้และไม่มีเก้าอี้ ซึ่งเป็นของโฆษกรัฐสภาที่มีหน้าที่แถลงการณ์มติต่างๆของคณะรัฐบาลและยังบอกถึงเรื่องรายละเอียดต่างๆ ของสิ่งที่ประชุมอย่างดี

“เอาล่ะผมในฐานะโฆษกของรัฐสภาแห่งนี้จะขอกล่าวถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นในโรงเรียนGE เมื่อ วันที่ 24กันยายน ปีนาวาที่123 เมื่อเวลา15.03น.เจ้าหน้าที่ตำรวจของเขต4ได้รับการแจ้งความว่ามีนักเรียนตกตึกตาย พวกเขาจึงรีบส่งเจ้าหน้าที่ไปที่โรงเรียนทันที และเนื่องจากเจ้าหนี้ท่ไปน้อยคนจึงไม่มีใครที่จะสามารถควบคุมฝูงชนได้แก่ครู เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย และบุคลากรอื่นๆรวมถึงนักเรียนจำนวนมากได้เลย จึงก่อให้นักเรียนชั้นม.5/3ของโรงเรียนแห่งนี้นั้นได้ถูกฆาตรกรรมหมู่ยกห้องและจากที่เราสืบทราบมาพบว่ามีนักเรียนหญิงคนหนึ่ง ได้สลบอยู่ที่ชั้น1ของอาคารที่เกิดเหตุ จึงได้มีคนนำนักเรียนคนนั้นไปส่งตัวที่ห้องพยาบาลและมีผู้ปกครองมารับเธอกลับบ้านไป แต่ทางเราได้สืบพบว่าเด็กนักเรียนหญิงคนนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับคดีเลยเพราะจากรูปประพรรณสันฐานของคนร้ายจากที่ได้รับรายงายมาจากเจ้าหน้าที่คนหนึ่งที่โดนลอบทำร้ายแล้วนั้น เค้าได้บอกว่าเป็นชายหนุ่มน่าจะมีอายุราวๆ17-18เป็นผู้ชายที่รูปร่างสมส่วนผมยาวตั้งได้ลอบทำร้ายเค้าอย่างแรงจนสลบไป จากนัน้ไม่มีใครเห็นคนคนนัน้อีกเลยไม่เห็นแม้แต่ว่าเค้าออกไปตอนไหนด้วยซ้ำ”

การประชุมนี้ยิ่งเคร่งเครียดขึ้นเมื่อพวกเขารู้ว่าใครคือคนร้ายแล้วนั่นเอง

“แสดงว่าเรื่องนี้ต้องเกี่ยวข้องกับ ‘B’สินะ ถ้าลองดูจากครั้งสุดท้ายที่เขาหนีออกจากโรงพยาบาลของเราแล้วล่ะก็ มีความเป็นไปได้สูงมากที่เขาจะไปหลบซ่อนอยู่แถวนั้น งั้นเราคงต้องรีบเอาตัวเขากลับมาก่อนที่เรื่องมันจะแดงไปมากกว่านี้แล้ว แต่ที่น่าแปลกใจคือทำไมคราวนี้เขสถึงทำแค่ห้องนั้นห้องเดียวทั้งๆที่ก่อนหน้านี้ทั้งรร.เขายังฆ่าคนมาหมดแล้ว”

ส.ส.คนหนึ่งกล่าวก่อนที่คนอื่นจะส่ายหัวและกลัดกลุ้มอย่างมากเกี่ยวกับเหตุการณ์ครั้งนี้

“ท่านนายกมีความเห็นให้หน่วยคอมมานโดออกไปจับกุมเขาโดยเร็วหลังจากที่เรารู้ตำแหน่งของเขาแล้ว”

โฆษกกล่าวแล้วจากนั้นคนอื่นจึงพยักหน้าตกลงจากนั้นส.ส.อีกท่านหนึ่งได้ยกมือขึ้นถามว่าอีกกี่วันจึงจะรู้ตำแหน่งและโฆษกได้กล่าวบอกอีกทีว่า ‘ภายในเวลา3วันนับจากนี้’

สิ้นการประชุม เหล่าคณะรัฐบาลและส.ส.กับคนอื่นๆต่างได้ทยอยออกจากห้องนี้ นี่คือจุดเริ่มต้นของฝันร้ายที่แท้จริง...

หลังจากที่ผมได้เดินดูของในห้างแถวนั้นแล้วจึงได้กลับมายังบ้านพร้อมกับของสิ่งหนึ่งที่อยากจะให้เมย์เพื่อไถ่โทษที่ผมทำกับเธอในวันนี้ มันเป็นสิ่งที่ไม่อาจจะย้อนกลับไปได้อีกแล้ว

ผมได้เปิดประตูออกแล้วเข้ามาในบ้านพลางนึกถึงเมื่อเช้าที่กะจะไปที่ว่าการเขตเพื่อค้นหาตนเอง แต่กลับเกิดเรื่องนั้นขึ้นมาซะก่อน

“กลับมาแล้วเหรอคะ รอเดี๋ยวนะอีกครึ่งชั่วโมงข้าวเย็นจะเสร็จแล้ว”

เธอกล่าวราวกับว่าเรื่องก่อนหน้านี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

ผมจึงได้เอามือล้วงเข้าไปในถุงกระดาษแล้วหยิบของที่ซื้อมายื่นให้เธอ

มันคือสร้อยคอไม้กางเขนสีดำมันวาวเส้นหนึ่งที่มีโบว์สีดำแถมมาให้ด้วย เพราะว่าผมได้บอกกับคนขายว่าจะซื้อไปให้เพื่อนผู้หญิง คนขายจึงมองหน้าผมแล้วยิ้มจากนั้นก็ได้ให้โบว์สีดำคู่นี้มาให้ด้วยนั่นเอง ผมไม่รู้ว่าเธอจะชอบมันมั้ยเพราะว่าสีดำมักเป็นสีอัปมงคลมักใช้ในงานศพอยู่แล้ว การเอามาให้เธอก็กลัวว่าเธอจะพาลเกลียดผมได้

เธอได้ยิ้มแล้วเข้ามากอดผมแล้วเธอกระซิบข้างหูว่า

‘ขอบคุณมากนะ ชั้นจะใส่มันให้เธอเห็นจนเบื่อไปเลย’

ดูท่าเธอจะดีใจมิใช่น้อย เธอจึงกล่าวออกมาแล้วจูบที่แก้มผมทีหนึ่งก่อนที่เธอจะเข้าไปในครัวทำอาหารเย็นต่อ

ผมรู้สึกเขินอายเล็กน้อยตอนที่เลือกซื้อของและมอบมันให้กับเธอ แต่ผมคิดว่าการที่ทำให้เธอเสียความบริสุทธ์แล้วไม่รับผิดชอบเธอเลยมันจะน่าอายมากกว่า

เราได้กลับมามองหน้ากันได้ตามปกติไม่มีนึกถึงเรื่องในวันนี้อีก จนตอนนี้ได้เวลา3ทุ่มกว่าแล้วที่ผมได้นั่งดูทีวีที่กำลังบอกถึงความคืบหน้าของคดีสังหารหมู่ยกห้องและได้บอกถึงเหตุการณ์คดีสังหารหมู่ยกโรงเรียน ที่มีนักเรียนดีเด่นคนหนึ่งกระทำการฆ่าเพื่อนร่วมห้อง ผู้อำนวยการ ทหารและตำรวจจำนวนมาก นั่นทำให้ผู้ปกครองของนักเรียนที่ถูกฆ่าตายต่างประนามระบบรักษาความปลอดภัยของโรงเรียนนี้อย่างมากและพยายามถามหาสาเหตุที่ครูอาจารย์และเจ้าหน้าที่ระดับสูงได้ถุกสั่งให้ออกจากโรงเรียนโดยเร็วอย่างน่าแปลกใจ ตามข่าวบอกว่านักเรียนคนนั้นคือนายแบงก์ นามสมมติ และได้รู้อีกว่าพ่อแม่ของนายแบงก์ได้ประสบอุบัติเหตุเครื่องบินตกตายคาที่ไปแล้ว ทำให้คดีนี้ไม่สามารถที่จะสืบต่อได้เพราะมีพยานหลักฐานไม่เพียงพอและนายแบงก์ได้โดนวิสามัญไปแล้วนั่นเอง แม้บางสื่อจะสงสัยว่าคนที่ฆ่านักเรียนโรงเรียนGEนั้นจะเป็นฝีมือของนายแบงก์ด้วยก็ตามที แต่ไม่สามารถที่จะนำคนที่ตายไปแล้วมาฆ่าคนได้แน่นอน คดีนี้จึงเป็นปริศนาต่อไปจนถึงปัจจุบัน

ปิ้บ

ผมได้ปิดทีวีแล้วเตรียมที่จะนอน แต่ก็ได้เหลือบเห็นเมย์ได้แต่งตัวชุดนอนสีขาวลงมากินน้ำข้างล่างนี้ ผมได้เหลือบเห็นหล่อนและนึกถึงสิ่งที่ทำกับหล่อนวันนี้ขึ้นมาและมีเสียงหนึ่งบอกมาว่า

---แกทำกับหล่อนไปแล้วเท่ากับว่าตอนนี้แกคือเจ้าของหล่อน ทำไมแกไม่ทำอีกล่ะ แถมนี่ตอนกลางคืนด้วยชั้นว่าน่าจะสนุกกว่าทำตอนเช้าอีกนะ หึหึ...หึ---

เสียงนั้นได้บอกกับผมมันคือเสียงที่ผมได้ยินเมื่อคืนก่อนหน้านี้และเป็นเสียงที่ผมได้ยินหลังจากที่ผมจำไม่ได้ว่าตนเองเป็นใคร

ผมได้ลองทำตามที่เสียงนัน้บอกด้วยการเข้าไปหาหล่อนที่เพิ่งกินน้ำเสร็จ

จากนั้นผมได้เข้าไปโอบกอดหล่อนจากทางด้านหลังและได้จูปที่ริมฝีปากแดงอมชมพูของหล่อนแล้วเริ่มที่จะลูบไล้ไปตามร่างกายของหล่อนจนสัมผัสเข้ากับหน้าอกของหล่อนและหล่อนก็เคลิบเคลิ้มแทบไม่มีสติที่จะยับยั้งตนเองอีกแล้ว ผมกับหล่อนจึงทำเรื่องที่เด้กวัยรุ่นยังไม่สมควรทำกันบนเตียงของหล่อน จนตอนเช้าเราสองคนต่างเปลือยกายและห่มผ้าห่มผืนเดียวกันนอนกอดกันอย่างแนบแน่น ผมแทบจะไม่อยากลุกไปไหนเลยจริงๆ อยากอยู่ตรงนี้นานๆเพราะใบหน้าของเธอยามหลับนี้ช่างน่ารักจริงๆ นี่คือคนรักของผม คนเดียวที่ให้ที่พักพิงกับผมและตอนนี้เธอได้มอบความรักแก่ผมอย่างเต็มที่ ผมคงจะได้เป็นแฟนตามที่เธอเคยอ้างกับคนอื่นแล้วจริงๆ ผมห่วงแต่ว่าเธอจะเสียใจแบบเมื่อวานนี้

“เธอทำกับชั้นอีกแล้วนะ ช่างเถอะ ขอแค่เธอเท่านั้นชั้นก็ยินดี เพราะเธอได้ฆ่าพวกนั้นให้กับชั้นและเธอยังเป็นลูกผู้ชายรับผิดชอบต่อการกระทำของเธอ แถมยังสามารถทำให้คนที่เคยรักคนเพศเดียวกันอย่างชั้นมาชอบคนอย่างเธอได้อีก เธอคงเป็นอัจฉริยะจริงๆนั่นแหล่ะ”

เมย์ได้ตื่นนอนแล้วมองหน้าผมในระยะใกล้นี้ และเธอได้ยิ้มแย้มและออกปากชมผม นี่แหล่ะน้ามนุษย์ ตัณหาช่างสามารถทำให้คนเราสามารถที่จะลืมเรื่องราวร้ายๆได้และยังสามารถทำให้คนรักกันได้จนน่ากลัวเลยทีเดียว ผมหวังว่าผมจะได้เป็นเจ้าของเธอตลอดไป เราสองคนอยู่กันแค่ที่นี่ก็มีความสุขแล้ว แต่วันนี้ผมก็ต้องไปหาประวัติตนเองให้ได้ก่อนที่พ่อของแม่หล่อนจะกลับมาและรู้เรื่องราวเกี่ยวกับผม ที่พรากลูกสาวท่านไปแถมอยู่กินกับลูกสาวท่านอีกด้วย

“วันนี้ชั้นต้องไปที่เขตเพื่อหาประวัติตนเองแล้วชั้นสัญญาว่าชั้นจะกลับมาหาเธอก่อน5โมงเย็นนะ ถ้าเธอรักชั้นจริงหวังว่าเธอจะรอชั้น ไม่ห้ามชั้นอีกนะ เพราะชั้นต้องการให้เราสองคนอยู่อย่างมีความสุขอย่างน้อยหากชั้นรู้ว่าตนเองเป็นใคร ชั้นอาจจะอ้างกับพ่อแม่เธอได้ว่าชั้นรู้จักเธอยังไง มีฐานะอะไร ดีกว่าคนไร้ที่มาแบบตอนนี้นะ”

ผมได้ลุกขึ้นจากเตียงและกล่าวกับหล่อน และผ้าห่มก็ได้ตกลงพื้นเผยให้เห็นเรือนร่างอันสมส่วนและดูดีของหล่อนพร้อมกับหน้าอกที่ขนาด เอ่อ...ใหญ่กว่าที่เห็นตอนแรกเสียอีก

ผมได้จูบที่ปากเธอก่อนที่จะลงไปอาบน้ำข้างล่างทิ้งให้เธอจัดการแต่งตัวตามลำพัง

หลงจากที่เธอได้ทำอาหารเช้าให้ผมกินเสร็จแล้วผมสังเกตเห็นว่าวันนี้เธอผูกโบว์สีดำไว้เป็นหางม้าและใส่สร้อยไม้กางเขนสีดำที่ผมซื้อให้เมื่อวานนี้ ดูท่าเธอจะทำตามที่เธอบอกเมื่อวานว่าจะใส่ให้ผมเห็นจนเบื่อไปเลย

และนี่คือสิ่งที่ข้าพเจ้าพบเจอครั้งที่ข้าพเจ้าจำไม่ได้ว่าตนเองเป็นใครและมันคือฝันหวานที่มีกลิ่นอายของตัณหาและเป็นจุดเริ่มต้นของฝันร้ายที่แท้จริง ที่นำมาซึ่งการพลัดพราก ความสูญเสียและความตายมาเกี่ยวข้องอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้...

ฝันร้ายของข้าพเจ้า6

posted on 27 Dec 2010 18:13 by bankacx  in Nightmare

ตอนที่6 การเริ่มต้นของฝันร้าย

‘หากโลกนี้เริ่มที่จะเป็นสวรรค์ของคนชั่วไปแล้วล่ะก็ ผมจะจัดการมันเอง...’

คำพูดที่ผมจำไม่ได้ว่ากล่าวถึงมันเมื่อไหร่? แต่มันช่างเป็นคำพูดที่ดีมากจริงๆ ในตอนนี้ผมเริ่มสับสนว่ามีใครอีกคนในตัวผมจริงรึเปล่า? เพราะฝันเมื่อคืนนี้นั้นมันบ่งชี้ไปว่าผมได้ทำเรื่องราวร้ายๆแก่คนที่เพิ่งรุ้จักไปอย่างมากและผมสงสัยอย่างมากว่าถ้าผมทำจริงทำไมผมจึงไม่รู้ตัวและจำอะไรไม่ได้เลยว่าเกิดอะไรขึ้น

ตอนนี้ผมใส่เสื้อแขนยาวสีขาวกางเกงยีนส์ ดูแล้วตนเองดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้นมากเลยทีเดียว

ผมเฝ้าแต่นึงถึงเรื่องราวเมื่อคืนนี้จนแทบจะกินมื้อเช้าไม่ลงเลย เพราะว่าผมเห็นทั้งเลือด เครื่องในมนุษย์ และเศษซากสมองจนเอียนแทบจะอ้วกออกมา

“ทำไมเธอไม่กินล่ะ เมื่อวานเธอยังมาขอให้ชั้นเพิ่มข้าวเลยนะ ไม่เป็นไรหรอก ขอบคุณอีกครั้งนะที่เธอจัดการพวกมันให้กับชั้นน่ะ”

เมย์กล่าวขณะที่หล่อนกำลังยกอาหารเช้ามาให้ผมเพิ่มเติม มันคือสปาเกตตี้ซอสมะเขือเทศ ที่มีสีแดงราวกับเลือด...

แหวะ..โอ้กกกกก...

ผมได้เผลอสำรอกน้ำใสๆสีขุ่นๆออกมา คงเป็นเพราะอาหารเมื่อคืนนี้ผมกินไปหมดแล้วแถมไม่ได้กินอะไรเลยตั้งแต่เช้าเลยออกมาเป็นของเหลวแทน

“อย่าพูดถึงมันอีกเลย จริงสิ วันนี้ชั้นจะออกไปข้างนอกอีกนะ เพราะชั้นต้องออกไปสืบหาประวัติของชั้นเองกับที่เขตน่ะ ชั้นคงจะกลับมาเย็นๆเหมือนเมื่อวานแหล่ะ”

ผมได้กล่าวออกไป เพราะผมเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าถ้าหากหาประวัติตนเองโดยใช้หน้าเป็นเกณฑ์ก็อาจจะทำให้ผมได้เบาะแสเกี่ยวกับตนเองก็ได้

เมื่อผมพยายามฝืนกินสปาเกตตี้จนหมดจานแล้วเตรียมจะไปเมย์ก็มาจับที่แขนเสื้อผมเอาไว้ พอมองด้วยตาของหล่อนผมจึงรู้ได้ทันทีว่าหล่อนไม่อยากให้ผมไป แต่เพื่อที่จะทราบประวัติของตนเองมันก็เป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้ ผมต้องรู้ให้ได้ว่าตนเองเป็นใครกันแน่!

พลั่ก

ผมได้สะบัดแขนของเธอแล้วเตรียมที่จะก้าวเท้าต่อข้างหน้า เหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น..

“ชั้นขอร้องล่ะ วันนี้เธออยู่กับชั้นเถอะนะ ชั้นกลัวว่าถ้าเธอไปวันนี้แล้วเธอจะไม่ได้กลับมาอีกเลย...”

เธอได้กระตุกขาของผมข้างที่ผมเอาไว้เป็นฐานขณะที่กำลังเอาขาอีกข้างก้าวออกไปข้างหน้า

พลั่ก

ผมได้เอนล้มไปทับหล่อน นั่นทำให้หน้าของเราสองคนได้ใกล้กันยิ่งกว่าครั้งไหนๆ แล้วอารมณ์กับบรรยากาศก็ได้นำพาผมไปสู่สิ่งที่วัยรุ่นยังไม่สมควรทำอย่างแรง แม้ผมยังมีสติอยู่ดีแต่ก็ไม่สามารถห้ามอารมณ์ตนเองได้และดูเหมือนว่าเมย์จะถูกอารมณ์รักครอบงำเข้าให้ เธอจึงยอมอย่างง่ายดายและเราสองคนต่างประคองกันขึ้นห้องนอนของเธอแบบนี้...

พวกเราได้ทำบาปเข้าซะแล้ว ผมได้ทำบาปต่อเมย์สาวน้อยที่กำลังอยู่ในวัยใสซื่อบริสุทธ์และได้ทำบาปต่อพ่อแม่ของหล่อนที่ยังไม่รู้ว่ามีคนแปลกหน้าได้พรากเอาพรหมจรรย์ของเธอไปแล้ว...ตลอดกาล

นานกว่า2ชั่วโมงที่เราหมกมุ่นเกี่ยวกับเรื่องเพศสัมพันธ์นี้ และดูเหมือนว่าเธอจะรู้ตัวแล้วว่าเธอทำอะไรลงไปบ้างเธอจึงร้องไห้ออกมา

เธอไม่ได้สนใจร่างกายของเธอที่กำลังเปลือยเฉกเช่นเดียวกับผม แต่เธอกำลังร้องไห้ออกมาอย่างมาก ผมทำได้เพียงสำนึกผิดและปาดน้ำตาที่ไหลออกมาไม่หยุดของเธอ

“อย่างนี้ชั้นคงจะเป็นเจ้าสาวของใครไม่ได้แล้วล่ะ แต่เธอไม่ต้องห่วงนะ เรื่องนี้จะไม่มีทางไปถึงหูของพ่อแม่หรือคนอื่นๆแน่ และเธอต้องสัญญานะว่าเธอจะไม่พูดถึงมันอีกน่ะ”

เธอกล่าวด้วยใบหน้าที่กำลังร้องอยุ่ในตอนนี้ ตาของเธอเริ่มแดงขึ้นเรื่อยๆ และผมรู้สึกอยากจะฆ่าตัวเองจริงๆที่ทำกับหล่อนแบบนี้ได้ทั้งๆที่มีสติอยู่ด้วยซ้ำ ต่างจากเมื่อวานที่จำอะไรไม่ได้เลย

ผมได้ปาดน้ำตาของเธอแล้วเอาร่างกายผมที่เป็นเนื้อล้วนๆกอดเธออย่างแรงและกระซิบข้างหูของเธอเบาๆว่า...

“ไม่ต้องห่วงนะ ชั้นจะเป็นเจ้าบ่าวให้เธอเอง และหากชั้นรู้ว่าอดีตของชั้นเป็นใคร มาจากไหนเมื่อไหร่ ชั้นจะรีบมาขอเธอแต่งงานเอง แล้วทีนี้เรื่องของเราก็จะไม่มีใครรู้อีกเป็นอันขาด หวังว่าเธอจะเข้าใจนะ”

ผมคงรับผิดชอบได้เพียงเท่านี้ที่เหลือคงภาวนาให้ผมรู้อดีตของตนเองแล้วรีบมาสู่ขอเธอโดยเร็วเท่านั้น

เราสองคนไม่ได้กล่าวอะไรกันอีก ทำได้เพียงแค่มองหน้ากันแล้วต่างคนต่างใส่เสื้อผ้าแล้วลงไปข้างล่างเหมือนกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ผมจึงไม่อยากไปไหนอีกเลยวันนี้ ห่วงว่าเธอจะใจลอยเพราะคิดถึงเรื่องในวันนี้จนอาจจะได้รับอันตรายก็ได้

ปิ้บ

[ข่าวล่าสุดค่ะ ตอนนี้ก็ครบรอบ6เดือนของคดีสังหารหมุ่ของรร.PSไปแล้วและเมื่อวานนี้ยังเป็นข่าวการที่นักเรียนของรร.GEถูกสังหารหมู่แทบยกห้องอีกค่ะ และตอนนี้เรายังไม่ได้ข่าวเกี่ยวกับนักเรียนที่รอดชีวิตอีกเลยค่ะคาดว่าผู้ปกครองคงจะนำตัวเธอไปต่างประเทศตามประวัติที่ทำงานของพวกเขาแล้วค่ะ ตอนนี้เราก็กำลังจะมาสัมภาษณ์สดกับท่านผบ.4เหล่าทัพเกี่ยวกับคดีรุนแรงระดับชาตินี้นะคะ]

ข่าวที่ผมเปิดได้รายงานถึงสิ่งที่คาดว่าผมเป็นคนทำเมื่อวานนี้ ชายแก่4คนได้ถกเถียงกันอย่างรุนแรงเกี่ยวกับที่รร.ดังทั้ง2โรงเรียนนี้ได้เกิดโศกนาฎกรรมอย่างนี้ขึ้น แม้ว่าทั้ง2โรงเรียนอัตราการตายของคนจะต่างกัน แต่ว่าก็ได้ชี้ชัดให้เห็นซึ่งระบบการศึกษาว่าปัจจุบันระบบการศึกษานี้ได้ส่งเสริมให้เยาวชนอยากที่จะเอาชนะกันเอง แข่งขันกันเองว่าใครจะเหนือกว่าใคร โดยที่ไม่สนถึงสิ่งที่เรียกว่าเพื่อนอีกแล้ว ลุงแก่ๆที่ผมคิดว่าเป็นผบ.ตำรวจได้กล่าวว่านี่อาจจะเป็นพฤติกรรมเลียนแบบ เพราะว่านักเรียนคนที่ก่อเรื่องที่โรงเรียนPSนั้นได้ถูกวิสามัญไปแล้วและศพได้ถูกเผาจนเหลือแค่เถ้ากระดูกเพียงเท่านั้น แต่ผมรู้สึกปวดหัวอย่างมากเกี่ยวกับการที่ได้ยินชื่อของโรงเรียนPSนี้ เหมือนกับว่าเคยรู้จักมาก่อนอย่างยาวนานและรู้จักสถานที่นี้เป็นอย่างดี ผมสงสัยว่าตนเองอาจจะได้เคยอยู่ที่โรงเรียนนี้ก็เป็นได้ แต่ว่ามันกลับอยู่ไกลจากที่นี่เป็นอย่างมาก แทบคนละเขตกันเลย ผมจึงได้แต่เอาเรื่องนี้ไว้เก็บเป็นเบาะแสเพื่อจะลดความเป็นไปได้ออกไปให้เหลือน้อยที่สุด

ตลอด1ชั่วโมงที่รายงานข่าวมานี้ผมแทบไม่ได้ลุกไปไหนเลย ข่าวเรื่องนี้ดูท่าจะดังมากทีเดียวเพราะขนาดชาวบ้านละแวกนี้ยังคุยกันเลย แต่คงไม่มีใครรู้ว่าผมเป็ฯคนทำ ถึงผมไม่แน่ใจว่าใช่ฝีมือตนเองก็ตาม

ผมไม่อยากที่จะอยุ่ในบ้านทั้งวันเพราะเพิ่มทำมิดีมิร้ายกับเมย์มา ผมจึงออกมาเดินเล่นสูดบรรยากาศข้างนอกบ้านแทน ชาวบ้านก็ยังคงดำเนินชีวิตตามปกติต่อไปเรื่อยๆ ผมจึงลองคิดเกี่ยวกับทั้ง2เรื่องนี้มาว่าถ้ารร.GEนั้นคนในห้องนั้นต้องตายเพราะการแก้แค้นของผมแล้วล่ะก็... ผมคาดว่าคนที่ฆ่านักเรียนของรร.PSนั้นก็คงจะต้องแก้แค้นให้ใครแน่ๆ แต่ก็ไม่น่าถึงกับฆ่าคนทั้งรร.น่าจะฆ่าคนในห้องเรียนมากกว่า หรืออาจจะเป็นไปได้ว่าคนคนนั้นอาจจะเสียสติไปแล้วจึงสามารถทำได้ขนาดนี้ มนุษย์นี่ขนาดเสียสติยังน่ากลัวจริงๆแล้วจะประสาอะไรกับคนที่มีสติอย่างผมยังทำกับเมย์ได้ล่ะ ผมคิดถึงเรื่องไม่นานนี้อีกแล้ว งั้นเอาเงินที่เมยืให้มาเมื่อวานไปซื้อของปลอบใจเธอหน่อยดีกว่า...

ณ รัฐสภา ห้องประชุมลับชั้น40

สส.และสว.หลายคนกำลังเข้ามานั่งในห้องประชุมที่กว้างขวางและมีโต้ะไม้วางตั้งไว้เป็นแถวยาวรูปครึ่งวงกลมจำนวน3ชั้นด้วยกัน และโต้ะตรงกลางนัน้คือโต้ะที่นั่งของนายกรัฐมนตรีของประเทศนี้นั่นเอง ถัดไปเป็นโต้ะที่มีเพียงไมค์ตั้งไว้และไม่มีเก้าอี้ ซึ่งเป็นของโฆษกรัฐสภาที่มีหน้าที่แถลงการณ์มติต่างๆของคณะรัฐบาลและยังบอกถึงเรื่องรายละเอียดต่างๆ ของสิ่งที่ประชุมอย่างดี

“เอาล่ะผมในฐานะโฆษกของรัฐสภาแห่งนี้จะขอกล่าวถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นในโรงเรียนGE เมื่อ วันที่ 24กันยายน ปีนาวาที่123 เมื่อเวลา15.03น.เจ้าหน้าที่ตำรวจของเขต4ได้รับการแจ้งความว่ามีนักเรียนตกตึกตาย พวกเขาจึงรีบส่งเจ้าหน้าที่ไปที่โรงเรียนทันที และเนื่องจากเจ้าหนี้ท่ไปน้อยคนจึงไม่มีใครที่จะสามารถควบคุมฝูงชนได้แก่ครู เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย และบุคลากรอื่นๆรวมถึงนักเรียนจำนวนมากได้เลย จึงก่อให้นักเรียนชั้นม.5/3ของโรงเรียนแห่งนี้นั้นได้ถูกฆาตรกรรมหมู่ยกห้องและจากที่เราสืบทราบมาพบว่ามีนักเรียนหญิงคนหนึ่ง ได้สลบอยู่ที่ชั้น1ของอาคารที่เกิดเหตุ จึงได้มีคนนำนักเรียนคนนั้นไปส่งตัวที่ห้องพยาบาลและมีผู้ปกครองมารับเธอกลับบ้านไป แต่ทางเราได้สืบพบว่าเด็กนักเรียนหญิงคนนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับคดีเลยเพราะจากรูปประพรรณสันฐานของคนร้ายจากที่ได้รับรายงายมาจากเจ้าหน้าที่คนหนึ่งที่โดนลอบทำร้ายแล้วนั้น เค้าได้บอกว่าเป็นชายหนุ่มน่าจะมีอายุราวๆ17-18เป็นผู้ชายที่รูปร่างสมส่วนผมยาวตั้งได้ลอบทำร้ายเค้าอย่างแรงจนสลบไป จากนัน้ไม่มีใครเห็นคนคนนัน้อีกเลยไม่เห็นแม้แต่ว่าเค้าออกไปตอนไหนด้วยซ้ำ”

การประชุมนี้ยิ่งเคร่งเครียดขึ้นเมื่อพวกเขารู้ว่าใครคือคนร้ายแล้วนั่นเอง

“แสดงว่าเรื่องนี้ต้องเกี่ยวข้องกับ ‘B’สินะ ถ้าลองดูจากครั้งสุดท้ายที่เขาหนีออกจากโรงพยาบาลของเราแล้วล่ะก็ มีความเป็นไปได้สูงมากที่เขาจะไปหลบซ่อนอยู่แถวนั้น งั้นเราคงต้องรีบเอาตัวเขากลับมาก่อนที่เรื่องมันจะแดงไปมากกว่านี้แล้ว แต่ที่น่าแปลกใจคือทำไมคราวนี้เขสถึงทำแค่ห้องนั้นห้องเดียวทั้งๆที่ก่อนหน้านี้ทั้งรร.เขายังฆ่าคนมาหมดแล้ว”

ส.ส.คนหนึ่งกล่าวก่อนที่คนอื่นจะส่ายหัวและกลัดกลุ้มอย่างมากเกี่ยวกับเหตุการณ์ครั้งนี้

“ท่านนายกมีความเห็นให้หน่วยคอมมานโดออกไปจับกุมเขาโดยเร็วหลังจากที่เรารู้ตำแหน่งของเขาแล้ว”

โฆษกกล่าวแล้วจากนั้นคนอื่นจึงพยักหน้าตกลงจากนั้นส.ส.อีกท่านหนึ่งได้ยกมือขึ้นถามว่าอีกกี่วันจึงจะรู้ตำแหน่งและโฆษกได้กล่าวบอกอีกทีว่า ‘ภายในเวลา3วันนับจากนี้’

สิ้นการประชุม เหล่าคณะรัฐบาลและส.ส.กับคนอื่นๆต่างได้ทยอยออกจากห้องนี้ นี่คือจุดเริ่มต้นของฝันร้ายที่แท้จริง...

หลังจากที่ผมได้เดินดูของในห้างแถวนั้นแล้วจึงได้กลับมายังบ้านพร้อมกับของสิ่งหนึ่งที่อยากจะให้เมย์เพื่อไถ่โทษที่ผมทำกับเธอในวันนี้ มันเป็นสิ่งที่ไม่อาจจะย้อนกลับไปได้อีกแล้ว

ผมได้เปิดประตูออกแล้วเข้ามาในบ้านพลางนึกถึงเมื่อเช้าที่กะจะไปที่ว่าการเขตเพื่อค้นหาตนเอง แต่กลับเกิดเรื่องนั้นขึ้นมาซะก่อน

“กลับมาแล้วเหรอคะ รอเดี๋ยวนะอีกครึ่งชั่วโมงข้าวเย็นจะเสร็จแล้ว”

เธอกล่าวราวกับว่าเรื่องก่อนหน้านี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

ผมจึงได้เอามือล้วงเข้าไปในถุงกระดาษแล้วหยิบของที่ซื้อมายื่นให้เธอ

มันคือสร้อยคอไม้กางเขนสีดำมันวาวเส้นหนึ่งที่มีโบว์สีดำแถมมาให้ด้วย เพราะว่าผมได้บอกกับคนขายว่าจะซื้อไปให้เพื่อนผู้หญิง คนขายจึงมองหน้าผมแล้วยิ้มจากนั้นก็ได้ให้โบว์สีดำคู่นี้มาให้ด้วยนั่นเอง ผมไม่รู้ว่าเธอจะชอบมันมั้ยเพราะว่าสีดำมักเป็นสีอัปมงคลมักใช้ในงานศพอยู่แล้ว การเอามาให้เธอก็กลัวว่าเธอจะพาลเกลียดผมได้

เธอได้ยิ้มแล้วเข้ามากอดผมแล้วเธอกระซิบข้างหูว่า

‘ขอบคุณมากนะ ชั้นจะใส่มันให้เธอเห็นจนเบื่อไปเลย’

ดูท่าเธอจะดีใจมิใช่น้อย เธอจึงกล่าวออกมาแล้วจูบที่แก้มผมทีหนึ่งก่อนที่เธอจะเข้าไปในครัวทำอาหารเย็นต่อ

ผมรู้สึกเขินอายเล็กน้อยตอนที่เลือกซื้อของและมอบมันให้กับเธอ แต่ผมคิดว่าการที่ทำให้เธอเสียความบริสุทธ์แล้วไม่รับผิดชอบเธอเลยมันจะน่าอายมากกว่า

เราได้กลับมามองหน้ากันได้ตามปกติไม่มีนึกถึงเรื่องในวันนี้อีก จนตอนนี้ได้เวลา3ทุ่มกว่าแล้วที่ผมได้นั่งดูทีวีที่กำลังบอกถึงความคืบหน้าของคดีสังหารหมู่ยกห้องและได้บอกถึงเหตุการณ์คดีสังหารหมู่ยกโรงเรียน ที่มีนักเรียนดีเด่นคนหนึ่งกระทำการฆ่าเพื่อนร่วมห้อง ผู้อำนวยการ ทหารและตำรวจจำนวนมาก นั่นทำให้ผู้ปกครองของนักเรียนที่ถูกฆ่าตายต่างประนามระบบรักษาความปลอดภัยของโรงเรียนนี้อย่างมากและพยายามถามหาสาเหตุที่ครูอาจารย์และเจ้าหน้าที่ระดับสูงได้ถุกสั่งให้ออกจากโรงเรียนโดยเร็วอย่างน่าแปลกใจ ตามข่าวบอกว่านักเรียนคนนั้นคือนายแบงก์ นามสมมติ และได้รู้อีกว่าพ่อแม่ของนายแบงก์ได้ประสบอุบัติเหตุเครื่องบินตกตายคาที่ไปแล้ว ทำให้คดีนี้ไม่สามารถที่จะสืบต่อได้เพราะมีพยานหลักฐานไม่เพียงพอและนายแบงก์ได้โดนวิสามัญไปแล้วนั่นเอง แม้บางสื่อจะสงสัยว่าคนที่ฆ่านักเรียนโรงเรียนGEนั้นจะเป็นฝีมือของนายแบงก์ด้วยก็ตามที แต่ไม่สามารถที่จะนำคนที่ตายไปแล้วมาฆ่าคนได้แน่นอน คดีนี้จึงเป็นปริศนาต่อไปจนถึงปัจจุบัน

ปิ้บ

ผมได้ปิดทีวีแล้วเตรียมที่จะนอน แต่ก็ได้เหลือบเห็นเมย์ได้แต่งตัวชุดนอนสีขาวลงมากินน้ำข้างล่างนี้ ผมได้เหลือบเห็นหล่อนและนึกถึงสิ่งที่ทำกับหล่อนวันนี้ขึ้นมาและมีเสียงหนึ่งบอกมาว่า

---แกทำกับหล่อนไปแล้วเท่ากับว่าตอนนี้แกคือเจ้าของหล่อน ทำไมแกไม่ทำอีกล่ะ แถมนี่ตอนกลางคืนด้วยชั้นว่าน่าจะสนุกกว่าทำตอนเช้าอีกนะ หึหึ...หึ---

เสียงนั้นได้บอกกับผมมันคือเสียงที่ผมได้ยินเมื่อคืนก่อนหน้านี้และเป็นเสียงที่ผมได้ยินหลังจากที่ผมจำไม่ได้ว่าตนเองเป็นใคร

ผมได้ลองทำตามที่เสียงนัน้บอกด้วยการเข้าไปหาหล่อนที่เพิ่งกินน้ำเสร็จ

จากนั้นผมได้เข้าไปโอบกอดหล่อนจากทางด้านหลังและได้จูปที่ริมฝีปากแดงอมชมพูของหล่อนแล้วเริ่มที่จะลูบไล้ไปตามร่างกายของหล่อนจนสัมผัสเข้ากับหน้าอกของหล่อนและหล่อนก็เคลิบเคลิ้มแทบไม่มีสติที่จะยับยั้งตนเองอีกแล้ว ผมกับหล่อนจึงทำเรื่องที่เด้กวัยรุ่นยังไม่สมควรทำกันบนเตียงของหล่อน จนตอนเช้าเราสองคนต่างเปลือยกายและห่มผ้าห่มผืนเดียวกันนอนกอดกันอย่างแนบแน่น ผมแทบจะไม่อยากลุกไปไหนเลยจริงๆ อยากอยู่ตรงนี้นานๆเพราะใบหน้าของเธอยามหลับนี้ช่างน่ารักจริงๆ นี่คือคนรักของผม คนเดียวที่ให้ที่พักพิงกับผมและตอนนี้เธอได้มอบความรักแก่ผมอย่างเต็มที่ ผมคงจะได้เป็นแฟนตามที่เธอเคยอ้างกับคนอื่นแล้วจริงๆ ผมห่วงแต่ว่าเธอจะเสียใจแบบเมื่อวานนี้

“เธอทำกับชั้นอีกแล้วนะ ช่างเถอะ ขอแค่เธอเท่านั้นชั้นก็ยินดี เพราะเธอได้ฆ่าพวกนั้นให้กับชั้นและเธอยังเป็นลูกผู้ชายรับผิดชอบต่อการกระทำของเธอ แถมยังสามารถทำให้คนที่เคยรักคนเพศเดียวกันอย่างชั้นมาชอบคนอย่างเธอได้อีก เธอคงเป็นอัจฉริยะจริงๆนั่นแหล่ะ”

เมย์ได้ตื่นนอนแล้วมองหน้าผมในระยะใกล้นี้ และเธอได้ยิ้มแย้มและออกปากชมผม นี่แหล่ะน้ามนุษย์ ตัณหาช่างสามารถทำให้คนเราสามารถที่จะลืมเรื่องราวร้ายๆได้และยังสามารถทำให้คนรักกันได้จนน่ากลัวเลยทีเดียว ผมหวังว่าผมจะได้เป็นเจ้าของเธอตลอดไป เราสองคนอยู่กันแค่ที่นี่ก็มีความสุขแล้ว แต่วันนี้ผมก็ต้องไปหาประวัติตนเองให้ได้ก่อนที่พ่อของแม่หล่อนจะกลับมาและรู้เรื่องราวเกี่ยวกับผม ที่พรากลูกสาวท่านไปแถมอยู่กินกับลูกสาวท่านอีกด้วย

“วันนี้ชั้นต้องไปที่เขตเพื่อหาประวัติตนเองแล้วชั้นสัญญาว่าชั้นจะกลับมาหาเธอก่อน5โมงเย็นนะ ถ้าเธอรักชั้นจริงหวังว่าเธอจะรอชั้น ไม่ห้ามชั้นอีกนะ เพราะชั้นต้องการให้เราสองคนอยู่อย่างมีความสุขอย่างน้อยหากชั้นรู้ว่าตนเองเป็นใคร ชั้นอาจจะอ้างกับพ่อแม่เธอได้ว่าชั้นรู้จักเธอยังไง มีฐานะอะไร ดีกว่าคนไร้ที่มาแบบตอนนี้นะ”

ผมได้ลุกขึ้นจากเตียงและกล่าวกับหล่อน และผ้าห่มก็ได้ตกลงพื้นเผยให้เห็นเรือนร่างอันสมส่วนและดูดีของหล่อนพร้อมกับหน้าอกที่ขนาด เอ่อ...ใหญ่กว่าที่เห็นตอนแรกเสียอีก

ผมได้จูบที่ปากเธอก่อนที่จะลงไปอาบน้ำข้างล่างทิ้งให้เธอจัดการแต่งตัวตามลำพัง

หลงจากที่เธอได้ทำอาหารเช้าให้ผมกินเสร็จแล้วผมสังเกตเห็นว่าวันนี้เธอผูกโบว์สีดำไว้เป็นหางม้าและใส่สร้อยไม้กางเขนสีดำที่ผมซื้อให้เมื่อวานนี้ ดูท่าเธอจะทำตามที่เธอบอกเมื่อวานว่าจะใส่ให้ผมเห็นจนเบื่อไปเลย

และนี่คือสิ่งที่ข้าพเจ้าพบเจอครั้งที่ข้าพเจ้าจำไม่ได้ว่าตนเองเป็นใครและมันคือฝันหวานที่มีกลิ่นอายของตัณหาและเป็นจุดเริ่มต้นของฝันร้ายที่แท้จริง ที่นำมาซึ่งการพลัดพราก ความสูญเสียและความตายมาเกี่ยวข้องอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้...