ตอนที่ 11 Last Battle 1
กระแสลมเย็นๆพัดมา ทำให้ผมตื่นขึ้นจากห้วงนิทรา พบว่าตอนนี้พระอาทิตย์กำลังที่จะขึ้นแล้ว...
ผมได้มองดูเมย์ที่กำลังหลับอยู่บนพื้นเย็นๆแข็งๆ แม้ว่าผมจะหาเสื่อกับผ้าห่มมาปูให้แล้วก็ตาม แต่ผมก็ไม่สบายใจให้อยู่ที่นี่อยู่ดี
ผมได้เดินขึ้นไปบนดาดฟ้าเพื่อสูดอากาศยามเช้าแล้วมองพระอาทิตย์ที่ยังไม่ขึ้นเห็นแต่แสงสีแดงอมส้มตรงขอบฟ้าเท่านั้น
ผมรู้สึกว่าในเมืองนี้คงเหลือแค่ผมกับเมย์เพียง2คน นี่คือเมืองของเรา2คน
ผมเคยคิดฝันไว้ตอนที่อยู่กับเมย์ว่าอยากจะอยู่กับเมย์เพียง2คนไม่มีคนอื่นมาสร้างปัญหาให้ และตอนนี้มันก็เป็นจริงแล้ว
---ตื่นเช้าจังเลยนะคะ---
เมย์เดินมาทักผม สงสัยผมทำให้เธอตื่น
“เธอก็ตื่นเช้านะ นอนต่อเถอะตอนนี้พระอาทิตย์ยังไม่ขึ้นเลย”
---ไม่เป็นไรนี่คะ อย่างน้อยเรา2คนจะได้ดูพระอาทิตย์ขึ้นพร้อมกันไง---
เธอกล่าวแล้วเดินมาอยู่ข้างๆผม
ดาดฟ้าแห่งนี้ไม่มีรั้วกั้น มีเพียงแค่เนินปูนเตี้ยๆประมาณเท้าเท่านั้น
ดวงอาทิตย์กำลังขึ้นมาอย่างช้าๆ ช่างสวยงามจริงๆ ที่ได้อยู่กัน2คนในเมืองนี้
แต่ผมกลัวว่าจะมีการประกาศอะไรจากรัฐบาลเพิ่มเติม ถ้าเป็นอย่างนั้นแล้วล่ะก็ เวลานี้คงจะจากหายไปเร็วๆนี้แน่นอน และผมแทบจะไม่รู้สึกว่าตนมีพลังที่เอามาจากซาตานหลงเหลืออยู่แล้ว ไม่แน่ว่าหากเกิดแผลขึ้นมันจะไม่หายเร็วแบบเมื่อวานนี้อีกแล้ว นั่นก็คือผมได้ตายจริงๆแน่
---ดีจังเลยนะคะที่คุณกลับมาแล้วเรายังได้อยู่กัน2ต่อ2 แถมได้ดูพระอาทิตย์ขึ้นด้วยนะคะ---
เมย์กล่าวขณะที่ยิ้มอยู่ รอยยิ้มของเธอช่างดีจริงๆ ทำให้ผมผ่อนคลายได้มากทีเดียว
หลังจากนั้นเราสองคนต่างได้ช่วยกันออกไปหาของกินข้างนอก ถ้าจะบอกให้ถูกคือรื้อค้นงัดแงะร้านค้ามากกว่า
ผมลองเปิดไฟของร้านสะดวกซื้อดู แต่ไม่มีกระแสไฟฟ้าเลย ส่วนห้องน้ำนั้นผมลองเปิดดูแล้ว แต่ก็ไม่มีน้ำไหลเช่นกัน
ถ้าอยู่ในเมืองนี้หลายๆวันได้ตายแน่ ทั้งอาหารที่มีจำกัดไม่มีไฟฟ้าหรือน้ำให้ใช้
แถมทั้งผมและเมย์ต่างเปื้อนเขม่าดำของพื้นที่นอนด้วยอีก หากไม่อาบน้ำอาจจะสกปรกและไม่ดีต่อเด็กในท้องได้ ผมจึงลองรื้อบ้านต่างๆดู
และพบว่ามีบ้านหลังหนึ่งนั้นมีอ่างอาบน้ำที่มีน้ำอยู่เต็มถัง รวมถึงสบู่และแปรงสีฟันที่ยังไม่ได้แกะ
พวกเราจึงอาบน้ำที่บ้านหลังนั้น
โดยที่ผมให้เมย์อาบน้ำก่อนส่วนผมกำลังนั่งเคี้ยวขนมปังกับนมจืดที่ไม่เย็นอยู่นอกบ้าน
‘อย่างนี้อย่างกับผู้ประสบภัยแล้วต้องเอาตัวรอดจริงๆ’
ผมคิดเล่นๆในใจ และคาดว่าเมืองอื่นๆน่าจะเป็นแบบนี้แน่ๆ แต่ที่แย่มากคือผมไม่รู้ข่าวสารของโลกตอนนี้เลย แถมผมกังวลว่าที่นี่จะกลายเป็นที่ทดลอแปลกๆของพวกมัน แถมพวกมันต้องรู้แน่ว่าผมกับเมย์ยังอยู่ที่นี่
กรี้ดดดดดดดด
เมย์ร้อง
ผมจึงรีบวิ่งเข้าไปดูพบเมย์ยืนอยู่ที่หน้าห้องน้ำในสภาพเปียกปอนกำลังเอาผ้าขนหนูปิดร่างกายอยู่
“เกิดอะไรขึ้นเมย์”
ผมถามแล้วชะโงกดูหน้าต่างห้องน้ำที่เปิดอยู่อย่างสงสัย
---มะ...เมื่อกี้ชั้นเห็นคนห้อยหัวลงมาดูชั้นที่หน้าต่างนี้---
???
ผมสงสัยมาก เมืองนี้ไม่น่าจะมีคนแล้วนี่ แถมชั้นบนเมื่อกี้ผมลองเช็คดูแล้วว่าชั้นบนมันสูงมากแถมไม่มีอะไรให้ยึดเกาะพอที่จะชะโงกลงมาได้แน่ๆ
หมับ
เมย์ได้เข้ามากอดผมและหน้าอกของหล่อนได้สีกับแขนผม แต่เธอหวาดกลัวมาก ผมจึงให้เธอใส่เสื้อผ้าแล้วตามผมขึ้นไปตรวจสอบด้านบน
เป็นอย่างที่คิดจริงๆ บันไดที่ขึ้นไปชั้นบนนั้นมีแต่บันไดในตัวบ้านนี้เท่านั้น จึงไม่น่าจะมีคนมาห้อยหัวให้เห็นได้
เอี้ยดอ้าดๆๆ
เสียงของบันไดไม้ที่เก่ามากดังขึ้นเมื่อผทกับเมย์ก้าวขึ้นไปชั้นบนที่อยู่สูงจากตรงนี้มาก
ผมได้เรียกดาบแห่งปรีชาญาณออกมาในรูปของดาบและเดินขึ้นไปด้านบนอย่างช้าๆ
ผมได้พบกับประตูบานหนึ่งชั้นบน ผมจึงเปิดเข้าไปดู
แอ้ดดดด
ประตูเปิดออกและพบว่ามันว่างเปล่าไม่มีใครอยู่ในนั้น
เมย์รู้สึกกลัวๆจึงเกาะแขนผมไว้แน่นทีเดียว
ผมลองชะโงกหน้าออกไปดูข้างนอกพบกับความว่างเปล่าและดูจากตรงนี้ก็คิดว่าไม่น่าจะมีใครห้อยหัวลงมาได้เพราะมันสูงมาก ถ้าจะทำหมายความว่าคนคนนั้นต้องสูงพอๆกับผมแถมยังต้องเอาเท้าเกี่ยวหน้าต่างชั้นนี้กันตกอีก ซึ่งคนคนนั้นบ้ามากแน่ๆ
แซ่กๆๆ
ผมได้ยินเสียงจากนอกหน้าต่างด้านบน
ผมเห็นผู้ชายลิ้นยาวๆกำลังเกาะผนังอยู่เหนือหัวของผม
ผัวะ
มันตวัดลิ้นออกมาแต่ผมได้หลบเข้าไปในบ้านทัน
ตึง
ก้นผมกระแทกกับพื้นและเมย์กำลังหน้าซีดชี้เหมือนบอกว่าไอตัวนี้แหล่ะที่เห็นอยู่ข้างหลังผม
ปัง กริ้ก
ผมได้ปิดประตูเมื่อกี้แล้วล็อกกลอนเผื่อมันมีตัวอื่นอีก
ดูท่ามันจะเป็นตัวที่รัฐบาลส่งมาจัดการกับผมอีกตามเคย
แกรกๆๆ
มันได้ไต่กำแพงเข้ามาที่เพดานแบบไอ้แมงมุม แต่ทุเรศมากที่มันมีลิ้นยาวๆ
สูทสีชมพูอ่อนและผมหางม้าของมันไม่เข้ากับการแลบลิ้นยาวๆปีนเพดานเลยด้วยซ้ำ
แต่ถือว่าดูดีกว่าไอตัวหัวโล้นๆผิวหนังแดงๆมือทั้ง2เป็นเส้นระยาง
ผมได้เปลี่ยนดาบเป็นปืนยิงใส่มันไป
แต่มันหลบได้หมด
แล้วมันก็กระโจนเข้ามาหาผม
ขณะที่ผมกำลังจะเอาปืนยิงใส่มันมันก็ได้เอาลิ้นมารัดข้อมือผมจนยิงใส่มันไม่ได้แล้วมันกำลังกดผมอยู่ที่พื้น
เมย์ได้หวาดกลัวและพยายามผลักมันออกแต่ไม่เป็นผล
ตอนนี้ผมเห็นว่าตาของมันเหลือกๆจนอยากจาะควักตามันออกมาจริงๆ แต่ว่าแขนขาผมถูกตรึงไว้หมดจนขยับได้แค่คอ
ผัวะๆๆ
เมย์ได้หยิบเก้าอี้ไม้ขึ้นมาฟาดมันอย่างแรง3ทีแจ่มันก็ไม่เป็นไรได้แต่มองไปดูแล้วหันกลับมาที่ผม
มันได้เปลี่ยนจากการเอาลิ้นรัดผมเป็นการเอามืออีกข้างกดมือผมและเอาลิ้นของมันเข้ามาใกล้ๆผม
ลิ้นนั้นดันแยกแฉกๆออกมาได้แบบปลาดวและกำลังใกล้หน้าผม
ฉึก
เมย์ได้เอาขาเก้าอี้ไม้ที่แหลมๆแทงใส่ปากมัน ทำให้มันร้องทรมานแล้วไปนอนดิ้นที่พื้น
ผมได้ลุกขึ้นมาแล้วยิงใส่มัน
แต่ผมไม่ได้ยิงให้มันตาย แค่ยิงลิ้นกับแขนขามันให้ขาดเท่านั้นเอง
“เมย์ปิดตาแล้วหันหลังซะ เพราะชั้นกำลังจะทรมานมันจนตายชั้นไม่อยากให้เธอดู”
ผมสั่งเมย์และเธอก็ทำตาม คงเพราะว่าเดิมทีเธอก็หวาดกลัวมันจนไม่อยากมองอยู่แล้วก็ได้
“ไอตาเหลือกๆนี่สินะที่แกใช้ดูแฟนชั้นอาบน้ำน่ะ”
ผมได้กล่าวและเปลี่ยนปืนเป็นกรงเล็บควักลูกตามันออกมาช้าๆ
เลือดสีแดงพุ่งออกมาทางตาของมันเพิ่มและมันร้องไม่เป็นภาษาคนและดิ้นพรากๆก่อนที่จะนิ่งไป
จากนั้นมันได้สบายไปราวกับเป็นแค่ฝุ่นทราย
เมย์ยังก้มหน้าอยู่และเสื้อผ้าผมตอนนี้ก็เปื้อนเลือดไปมากพอดู
กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งไปทั่วห้องนี้ เศษเก้าอี้และคราบเลือดยังอยู่ แต่ไม่มีศพของมันเลย
ผมได้เข้าไปกอดเมย์และลูบหัวปลอบแบบเด็กๆ
“ไม่น่าจะมีอะไรแล้วล่ะ พวกถ้ำมองไปแล้วไม่เชื่อดูที่พื้นนี้สิ”
เมย์ได้หันไปมองและไม่พบศพของมัน ที่ผมต้องบอกแบบนี้เพราะไม่อยากให้เธอมองว่าผมเป็นฆาตรกรเลือดเย็นทั่วไป
สุดท้ายผมก็ได้ไปหาเสื้อผ้าที่พอดีตัวแล้วเข้าไปอาบน้ำโดยที่เมย์ถือดาบแห่งปรีชาญาณของผมเฝ้าข้างนอกแทน
ผมได้อาบน้ำและกำลังคิดว่าที่นี่ไม่ปลอดภัยแล้ว คงต้องหลบหนีไปอยู่ที่อื่น แต่ก็กลัวว่จะทำให้คนอื่นเดือดร้อนนี่สิปัญหา
ผมได้อาบน้ำเสร็จและแต่งตัวออกมาเอาดาบคืนจากเมย์ และทานอาหารเช้าต่อ
แม้เมย์จะกินไม่ค่อยลงแต่เธอก็กินมัน สงสัยเพื่อลูกของตนด้วย
หลังจากที่กินกันเสร็จแล้วผมได้พาเมย์เดินไปตามถนนที่ไร้ผู้คน แม้แต่นกก็ยังไม่มีบินผ่านเลยซักตัวนึง
เดินมาได้ไกลพอสมควรแล้ว ผมรู้สึกว่ามันเงียบผิดปกติ เพราะว่าต่อให้ไม่มีผู้คนอย่างน้อยต้องมีนกหรือสัตว์ชนิดอื่นอยู่ในนี้บ้าง แต่นี่กลับไม่มีอะไรเลย แถมไหนจะไอตัวลิ้นยาวนั่นอีก ผมไม่เข้าใจจริงๆว่ามันเกิดอะไรขึ้น
ครืนนนนนนนนนนนนนนนนน
เสียงของอะไรบางอย่างกำลังมา...
ตูมมมมมมมม
ตึกขนาดกลางหลังหนึ่งได้ถูกผ่าเฉียงตกลงมาใส่ผมเบื้องล่าง
โชคดีที่ผมคว้าเมย์ออกมาจากตรงนั้นได้ทัน
ตึกๆๆ
ผมได้แอบซ่อนอยู่แถวๆตึกอื่นๆและได้ยินเสียงฝีเท้าที่ได้ดังใกล้เข้ามาช้าๆ
ผมแทบจะทนไม่ไหวเพราะคนที่เดินเข้ามานั้นคือคนที่ฆ่าผมไปตอนที่ผมอยู่บ้านเมย์ ไอ้ตัวประหลาดที่ใช้มือเปล่าๆตัดแขนผมได้
มันได้มองดูรอบๆซากตึกที่พังถล่มนั้นและขากน้ำลายลงพื้นอย่างเสียอารมณ์ และเดินต่อมาถึงที่ที่ผมกับเมย์ซ่อนตัวอยู่
ผมได้ส่งสัญญาณมือให้เมย์ย่องออกไปจากตรงนี้ก่อนและผมได้เรียกดาบแห่งปรีชาญาณออกมาเป็นดาบคมกริบเล่มหนึ่งที่เพียงพอต่อการฟันมันเป็นชิ้นๆ
ตึกๆๆๆๆๆ
ผมได้วิ่งออกมาข้างหน้ามันและกล่าวว่า
“ชั้นอยู่นี่ไอ้ตัวประหลาด”
ผมได้มองไปที่ตัวของมันอย่างเหยียดๆ ส่วนมันรุ้สึกแปลกใจมากที่ผมยังไม่ตาย
“ปะ...เป็นไปไม่ได้ ทำไมแกยังไม่ตาย ก็แกโดนเผาไปในนั้นแล้วนี่”
มันตกใจ แต่กลับวิ่งพุ่งเข้ามาหาผม
ฉัวะ
ขาขวาของมันถูกผมตัดออกก่อนที่มันจะมาถึงตัวผม
อ้ากกกกกกก
มันกรีดร้องออกมาพร้อมกับเลือดสีแดงที่ไหลอย่างแรง
ผมได้เข้าไปตัด มือ แขน ขาอีกข้าง จมูก หู และคอของมันออก
เลือดได้ไหลกระฉูดออกมาเต็มพื้นถนน และร่างกายของมันได้สลายไปเหมือนกับตัวลิ้นยาวตัวนั้น ผมจึงเก็บดาบและไปหาเมย์ที่ซ่อนตัวอยู่ไกลจากที่นี่
ครืนนนนนนนนนนนนนนน
เสียงแบบก่อนหน้านี้มาอีกครั้ง
ผมได้พาเมย์หลบออกมาเช่นเดิม
ดูท่าเมื่อกี้ไม่ใช่ฝีมือของคนที่ฆ่าผม แต่เป็นฝีมือของคนอื่น
ตึกๆๆ
มีคนเดินมาเช่นเดิมแต่คราวนี้เป็นผู้หญิง
---หมายเลข3เรียกศูนย์ พบเป้าหมายแล้วและกำลังดำเนินการเก็บกวาด---
ผมสงสัยกับบนสนทนานั้น ในเมื่อผมและเมย์ซ่อนตัวอยู่ห่างจากนี่แม้ไม่มากนักแต่มันก็ไม่น่าที่จะรู้สึกตัวได้
ครืนนนนนนนนนนน
ซากตึกที่ผมกับเมย์ใช้ซ่อนได้ถูกปัดออกไป ทำให้ผมเมย์ ได้สบตากับเธอจังๆ
เธอเป็นสาวผมบลฮนที่มีดวงตาสีแดงก่ำ และมีรูปร่างหน้าตาที่ดีพอสมควร ผิวสีซีดนั่นทำให้รู้ว่าชาวต่างชาติแน่นอน
“ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ หมายเลข1 ไม่สิ ชื่อคือบัลคัส ไนท์แมร์ อัจฉริยะของรร.PS”
เธอได้เรียกชื่อผมที่หายไปนานเหลือเกินและยังรู้อีกว่าผมคืออัจฉริยะของรร.นั้น แต่หมายเลข1นี่มันอะไรกัน ยัยนี่ก็เพิ่งเรียกตัวเองว่าหมายเลข3
“แล้วที่แกหมายเลข3ล่ะคืออะไร”
ผมได้ถามและให้เมย์หนีออกไปจากตรงนี้
“หมายเลข3ก็คือ ผู้ที่ได้รับดีเอ็นเอพิเศษของหมายเลข1 ไงค่ะ หรือว่าคุณจะลืมไปหมดแล้วเนี่ยว่าพวกเราและคนอื่นๆคุณได้พบก่อนแล้วนะ ตอนที่คุณยังไม่เจอเด็กคนที่กำลังวิ่งหนีอยู่นั่นน่ะ”
ครืนนนนนน
เหมือนกับลมแหวกอากาศพุ่งไปหาเมย์
ตูม
โชคดีที่ผมได้ใช้ดาบแห่งปรีชาญาณแปลงเป็นดาบเล่มใหญ่ขวางลมนั้นไว้
เวทย์มนต์หรือ ไม่สิพลังจิต
“อย่างที่คุณคิดนั่นแหล่ะค่ะ พลังจิต”
เธอตอบราวกับว่าอ่านใจผมออกว่าผมคิดอะไรอยู่
ผมได้เรียกดาบแห่งปรีชาญาณกลับมาแล้วแปลงเป็นปืนยิงใส่หมายเลข3
ปังๆๆ
ผมยิงไปหลายทิศทางแต่เธอหลบได้หมดอย่างน่าทึ่ง
ผมได้เปลี่ยนเป็นดาบแล้ววิ่งเข้าไปฟันหล่อน แต่หล่อนสามารถหลบแล้วยิงปืนใส่ผมกลับมาได้
เป้งๆ
ดีที่ผมได้เอาดาบมากันได้ทัน
ครืนนนนนนนนนนน
ลมสายหนึ่งพุ่งเข้าใส่ผมอย่างจัง
ตูมมมมมมมม
แม้ผมจะเอาดาบกันไว้แต่มันก็ยังสามารถผลักผมออกไปได้ แต่ที่น่าตกใจคือเป้าหมายของมันไม่ใช่ผมแต่เป็นเมย์!!!
ผมรีบเปลี่ยนดาบเป็นปืนยิงใส่หล่อนที่กำลังหันหลังอยู่
ปังๆๆๆ
หล่อนได้หันกลับมาแล้วใช้ลมหยุดกระสุนเอาไว้ได้
ฉัวะ
มีอะไรบางอย่างพุ่งมาที่คอของผม แต่ผมหลยได้ฉิวเฉียดจึงได้โดนเฉียดๆไป แต่มันได้ตัดไปโดนเส้นเลือดใหญ่ของผม ทำให้ตอนนี้เลือดออกมาจำนวนมากแล้ว
“ไม่น่าเชื่อนะว่าคุณจะหลบได้ทัน แต่ที่น่าแปลกใจกว่าคืออาวุธของคุณ กระทรวงวิทย์เรายังไม่สามารถสร้างของแบบนี้ได้เลยนะ ดูท่าหลังจากกำจัดคุณและนำเด็กสาวคนนี้กลับไปแล้ว ชั้นต้องเอาอาวุธนี้ไปแยกส่วนดูซะแล้วสิ”
เธอพูดอย่างอารมณ์ดีและเดินเข้ามาหาผมที่กำลังจะตายเพราะเลือดไหลออกมาเยอะเกินไป
ผมได้เปลี่ยนดาบแห่งปรีชาญาณเป็นระเบิดก๊าซพิษ
กริ้งๆๆ
ระเบิดได้ถูกแกะสลักและผมรีบวิ่งหนีออกมาทั้งที่เลือดยังไม่หยุดไหลและ
ตูม
ระเบิดที่อัดไปด้วยพิษร้ายแรงถูกปลดออกมา
ผมคิดว่าน่าจะยัยนั่นน่าจะตายไปแล้ว แต่ว่าผมกลับคิดผิดไปจริงๆ
“คุณคงจะลืมไปสินะว่าชั้นไม่ใช่หมายเลข2ที่คุณสามารถฆ่ามันได้ง่ายๆด้วยการตัดแขนขาของมันน่ะ ชั้นคือผู้ใช้พลังจิตที่เอาความรู้สึกด้านลบของจิตใจออกมาน่ะ”
---ความรู้สึกด้านลบ?---
“ใช่แล้วความรู้สึกด้านลบ เคยมีครั้งหนึ่งที่มีชายคนหนึ่งได้คิดว่าหากตนมีพลังพิเศษที่แหวกอากศ ตัดสิ่งของ ฆ่าคน และอ่านใจของคนอื่นได้ เขาก็จะได้ไม่ต้องถูกคนอื่นรังแกอีกแล้ว และนั่นคือความรู้สึกด้านลบของเด็กคนนั้น แต่ที่จริงชั้นควรที่จะจัดการกับคุณแต่แรกแล้ว ไม่ใช่หมายเลข2 เพราะว่า...”
“เพราะว่าเธอไม่สามารถเลือกที่จะอ่านใจคนอื่นได้ตามใจชอบสินะ”
ผมแย่งเธอพูดต่อ ดูเหมือนเธออึ้งมากๆ
“คุณรู้ได้ไง?”
เธอถามออกมา
---ถ้าไม่อย่างนั้นก็ไม่มีคำสั่งมาไล่ผู้คนออกจากที่นี่หรอก แถมที่ไม่มีสัตว์อยู่ อาจจะเป็นไปได้ว่ามีตัวอย่างพวกเธออยู่ที่นี่ สัตว์มันมีสัญชาตญาณที่ไวมากๆเลยหนีออกไปหมด---
ผมพูดกับเธอผ่านทางจิต
เธอรู้สึกตกใจมากๆที่ผมรู้จุดอ่อนของเธอแล้ว
“ตะ...แต่ถึงอย่างนั้น คุณก็ไม่สามารถที่จะชนะชั้นได้อยู่ดี เพราะว่าชั้นอ่านความคิดของทุกคนออกหมด”
เธอกล่าวแล้วกำลังจะใช้พลังอีกครั้ง
ผมได้แปลงดาบแห่งปรีชาญาณเป็นดาบแล้วโยนไปด้านหลัง
แล้วผมวิ่งเข้าไปหาหล่อนอย่างจงใจ
ตุบ
“เธอจะใช้พลังเธอต้องใช้สมาธิมากสินะ งั้นถ้าเจอแบบนี้ล่ะจะทำยังไง”
เธอกัดฟันแล้วใช้พลังดันผมออกไป
ปั้ก
หลังของผมติดกำแพง
“ตอนนี้แหล่ะเมย์”
ผมได้กระโจนไปจับหล่อนแล้วให้หล่อนหันหลังให้กับเมย์และ...
ฉึก
เมย์ได้หยิบดาบของผมมาแทงใส่ข้างหลังของหล่อนจนทะลุมาเกือบที่จะโดนผม
ครืนนนนนนนนนนนนน
เมย์และผมถูกหล่อนใช้พลังผลักกระเด็นออกมา แต่ไม่ได้แรงมากนักพอๆกับโดนผลักให้ล้มเบาๆ สงสัยเพราะเธอไม่มีสมาธิในการใช้พลังมากนัก
ตูมมมมมมมมมมมมม
ดาบแห่งปรีชาญาณถูกผมสั่งให้มันกลายเป็นระเบิด
ร่างของหมายเลข3ถูกระเบิดออกมาจนเหลือแค่ครึ่งท่อนบนของเธอเท่านั้น
“สมแล้วที่เป็นหมายเลข1 อะ...อย่าคิดนะว่าชั้นจะเก่งที่สุดน่ะ ยังมีหมายเลข0 ที่ได้รับพลังจากเราทุกคนอยู่นะ อ้อก”
เธอพูดถึงตรงนี้แล้วกระอักเลือดกองใหญ่ออกมาก่อนที่จะสิ้นใจไป
ผมได้เก็บดาบแล้ววิ่งไปดูเมย์ที่กำลังลุกขึ้นยืน
“เด็กเป็นอะไรมั้ย?”
ผมถามเมย์อย่างร้อนรน
“ไม่เป็นไรค่ะ โชคดีที่เมื่อกี้ชั้นเอาแขนรับไปเต็มๆ เด็กเลยน่าจะยังปลอดภัยดีน่ะค่ะ”
ผมโล่งใจที่เธอบอกอย่างนั้น จากนั้นพวกเราได้เดินออกจากเมืองนี้
แล้วจากนั้นผม...
บัลคัสได้ล้มลงไปต่อหน้าของคนรักสาเหตุเพราะเขาเสียเลือดไปมากจากบาดแผลที่คอของเขา
ส่วนหญิงสาวได้พยายามที่จะปลุกชายหนุ่มให้ตื่นขึ้นมาอีกครั้ง แต่ดูท่าความหวังของเธอจะสูญเปล่า...
อีกด้านหนึ่ง
“แกบอกว่าอะไรนะ หมายเลข2กับ3ถูกหมายเลข1ฆ่าตายแล้วงั้นเรอะ เป็นไปได้ยังไง ทั้ง2คนนั้นต่างมีพลังที่หมายเลข1ไม่มีด้วยซ้ำ”
ชายวัย40ได้โกรธอย่างมากเมื่อรู้ว่าสิ่งมีชีวิตทดลองของตนได้ถูกงานวิจัยแรกเริ่มจัดการไปหมดแล้ว
“แล้วตอนนี้ล่ะมันเป็นยังไง? ส่วนลูกสาวไม่รักดีชั้นล่ะ”
พ่อของเมย์ได้รับคำตอบว่าหมายเลข1ตายแล้ว และกำลังส่งกองกำลังไปเก็บกวาดและเอาตัวลูกสาวของเขาออกมาจากที่นั่น
“ฮ่าๆๆ ในที่สุดมันก็ตายจริงๆ ช่างเป็นข่าวดียิ่งนัก ตัวขัดขวางการทดลองได้ตายไปจริงๆแล้ว”
นักวิจัยได้หัวเรอะอย่างมีความสุข
ณ ห้องแห่งหนึ่ง
ผมได้ตื่นขึ้นมาพบว่าตัวเองกำลังนอนอยู่ที่พื้นสีขาวเย็นๆ
รอบๆตัวไม่มีอะไรเลย มีแต่สีขายไปหมด ผมตายอีกแล้วเหรอเนี่ย ไม่น่าใช่ เพราะก่อนหน้านี้มันไม่ใช่แบบนี้นี่นา
“ตายอีกแล้วรึเนี่ยลำดับที่10? ช่างเถอะทุกอย่างมันเป็นสิ่งที่ถูกกำหนดไว้แล้ว ชั้นจึงต้องมาแก้ไขมันต่ออีกที”
ผมได้หันหลังไปพบผมอีกคนหนึ่ง แต่ว่าทั้งการแต่งกาย และทรงผมต่างกับผมมาก และผมไม่เข้าใจที่เค้าพูดเสียเลยราวกับว่าเค้ารู้ว่าผมต้องตายอีกครั้ง
“ชั้นคือลำดับที่6 เป็นตัวคุณในโลกอื่นที่ชนะเกมของพระเจ้าไปแล้ว ชั้นมีหน้าที่ที่จะเปลี่ยนแปลงชะตากรรมของพระเจ้า และตอนนี้ถงึเวลาแล้วที่แกจะต้องกลับไปจัดการจบเรื่องพวกนี้ซักที อ้อใช่ ลำดับที่9ได้ปรับร่างกายของแกเมื่อกี้นี้น่ะ วางใจได้ แกไม่ตายอีกแล้วแน่ๆ และสถานการณ์มันจะเปลี่ยนไปแล้ว กลับไปซะ ไปทำให้เกมบ้าๆนี่มันจบ และสั่งสอนมนุษย์ผู้โง่เขลาเหล่านั้นซะ ว่านอกจากพวกเราแล้ว พวกมันไม่มีทางที่จะเหนือกว่าพระเจ้าได้เป็นอันขาด”
ลำดับที่6กล่าวยาวและผมได้แต่สงสัย แต่รู้สึกได้ถึงร่างกายที่กระชุ่มกระชวยมากกว่าเดิม เหมือนกับว่าผมกลับไปเป็นตอนนั้นที่ไล่ฆ่านักเรียนไปจำนวนมากก้ว่าได้
“ขอบใจมากตัวชั้นในโลกอื่น”
ผมกล่าวก่อนที่จะกลับไปสู่เกมอีกครั้ง...